เปลือยใจ"โต้ง-บรรจง" ผู้กำกับฯ500ล้าน

เปลือยใจ"โต้ง-บรรจง" ผู้กำกับฯ500ล้าน

1

    ไม่ว่าจะเป็นคําเรียกไหนก็ตาม ทั้งหมดก็ตอกย้ำให้เห็นความสําเร็จของหนังไทยเรื่อง “พี่มาก...พระโขนง” จะว่าไปแล้วความสําเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดอย่างลอยๆ ทั้งหมดมีเหตุผลรองรับ และ
มาด้วยฝีมือและมันสมองล้วนๆ มันสมองหนึ่งมาจาก “วิสูตร พูลวรลักษณ์” ผู้ที่เคยสร้าง
นางนาก ฉบับ “นนทรีย์ นิมิบุตร” ทํารายได้ 200 ล้านเมื่อ 10 ปีก่อน มันสมองหนึ่งเกิดจาก
ทีมครีเอทีฟของจีทีเอช ที่มี “เก้ง-จิระ มะลิกุล” กุมบังเหียนด้านโปรดักชั่นได้ดีเยี่ยม ที่สําคัญ “โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล” ผู้กํากับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ที่สามารถทําหนังพ่อมากฯ ให้ทันสมัย
 ไม่ตกเทรนด์

    คือได้ทั้งการตลาด การทําหน้าหนัง และการทุ่มทุนโปรดักชั่นหลายล้านบาท และได้ดารานําที่ดึงคนดู ทั้ง “มาริโอ้” และ “ใหม่-ดาวิกา” ด้วย สูตรทั้งหมดลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ...เรามาคุยเปิดใจกับ “โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล” ผู้กํากับหนังสุดฮอต “พี่มาก..พระโขนง” ค่ายจีทีเอช ที่ทําลายสถิติหนังไทย ทํารายได้ชนะหนังฮอลลีวู้ด 19 วัน โกยรายได้ 404.33 ล้านบาท เกิดกระแสดูหนังซ้ำจนกลายเป็นปรากฏการณ์ “พี่มากฟีเวอร์” ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร

    เล่าถึงไอเดียที่ทํา “พี่มาก...พระโขนง” เริ่มมาจากอะไร“จริงๆ เริ่มมาจากตั้งแต่ผมทํา สี่แพร่ง และ 5 แพร่ง เรื่องคนกลาง คนกอง ตัวละคร 
4 ตัวนี้ทําแล้วคนดูขํากับมันมาก รักและชอบ อยากทําเป็นหนังใหญ่ตั้งแต่ตอนสี่แพร่งแล้ว 
แต่ตอนนั้นเราคิดเรื่องคนกอง ก็เอามาลงใน 5 แพร่งดีกว่า สั้นดี ก็ทํา 5 แพร่งก่อน รู้อยู่แล้วว่าวันนึงเราจะขึ้นจอใหญ่เป็นหนังยาวเลย แต่ก็หาเรื่องอยู่นานมาก ตอนแรกคิดว่าจะง่าย แต่เรารู้สึกว่าพอได้มาขึ้นจอใหญ่ทั้งทีก็ควรจะเป็นหนังที่ควรค่า ก็เริ่มนึกภาพว่าถ้าเราย้อนอดีตกลับไปจะเป็นยังไง


    ตอนนั้นก็ยังไม่มีพล็อตจนกระทั่งเต๋อพูดขึ้นมาว่าเราเอาตํานานมาทําเป็นสมัยใหม่มั้ย เป็นแบบเรื่องแม่นาคแต่มาทําให้เป็นปัจจุบัน ผมก็รู้สึกว่าน่าสนใจ แต่พอมาเป็นปัจจุบันแล้ว
กลายเป็นว่าเราไม่อยากเห็นพวกนี้ในยุคปัจจุบันมันธรรมดาไปแล้วครับ ก็เลยคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้า 4 คนนี้มาอยู่ในตํานานแม่นาค ผมมีไอเดียขึ้นมาเลย ประมาณว่าเป็นเพื่อนพี่มาก
ก็เลยคิดพล็อตตั้งแต่วันนั้น คือพยายามจะบอกว่าเมียมึงน่ะเป็นผีนะ

    อะไรประมาณนี้ครับ โดยบอกตรงๆ ไม่ได้กลัวนางนาคมาหักคอ ก็เลยเป็นหนังตลกขึ้นมา ซึ่งวันนั้นเราก็คิดเป็นมุก
ขึ้นมาเต็มเลย เป็นฉากสําคัญๆ ในหนังวันแรกเลย จากวันนั้นมาหัวเราะกันตลอดอยู่ปีครึ่งครับกว่าจะเป็นหนังที่แบบว่าลงตัว”
ในกลุ่มเขียนบทมีใครบ้างที่ร่วมกันคิดมุกต่างๆ


   “มีผม, เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, แอ้ม-นนตรา คุ้มวงศ์ แก๊งกวนมึนโฮครับ”บททุกอย่างได้แล้วก็เริ่มหาทีมในการถ่ายทํา เห็นบอกว่าได้มืออาชีพสุดยอดมาร่วมทีมในการถ่ายทํา“ทีมอาร์ตก็คือทีมที่เคยทํานางนากมา เพียงแต่ว่าการตีความเรื่องนี้มันจะไม่เหมือนนางนากเลย นางนากคือเขาทําแบบดีมาก มีการรีเสิร์ชแบบจริงจังมาก ยุคสมัยอะไรทุกอย่างเป๊ะ การตัดผมการอะไร ซึ่งผมรู้สึกว่าการตีความครั้งใหม่ของผมไม่จําเป็นต้องเป็นอย่างนั้น

    ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันแฟชั่นได้ มันดูเป็นย้อนยุคครับเพียงแต่ว่าข้อมูลไม่ได้ถูกต้องตามนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ จะเป็นแบบเอามันเอาสนุกมากกว่า เสื้อผ้าก็จะเป็นแบบมีความเท่ เน้นสีสันบ้าง มีความผสมผสานอาร์ต
คอลเลคชั่น ก็จะเป็นอย่างที่บอก ข้อมูลอาจจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์แต่บรรยากาศอารมณ์
ความรู้สึก มันใช่มาก”ทรงผมของตัวละครแต่ละตัว ทําการบ้านยังไง


    “ผมรู้สึกว่าตัวละครครั้งนี้ลุคมันต้องมันส์มาก คือ 4 คนเมื่อรวมแล้วต้องไม่เหมือนกันเลย 
ข้อแรกคือต้องโบราณ ข้อสองคือต้องไม่เหมือนกัน  ทุกคนต้องสีสันจัดจ้าน มีความมันส์ ผมก็เลยไปหาจากภาพเก่าๆ เยอะมากจนกระทั่งเจอทรงผมที่ชอบ อย่างทรงเผือก
ก็เป็นทรงของคนโบราณจริงๆ ส่วนชินคิดไว้ตั้งแต่ในบทแล้ว คิดไปคิดมา
มันตลกดี คือเด็กสมัยก่อนจะไว้จุก

    พอมาอยู่ในร่างผู้ใหญ่แต่ด้วยคาแรคเตอร์มันเด็กมากก็เลยตลกครับ เผือกมาทีหลัง ในบทจะเขียนไว้แค่ชินจะต้องไว้หัวจุก แต่เผือกเกิดจากการหาภาพเก่าๆ แล้วผมชอบ รู้สึกว่าพอมารวมตัวกันแล้วมันเข้ากันมาก ส่วนฟรอยด์นี่เราคิดคาแรคเตอร์ใส่แว่นมาตั้งแต่ สี่แพร่ง 5 แพร่ง แล้ว บังเอิญไปจอแว่นโบราณลักษณะกลมๆ เราก็รู้สึกว่าเท่ดี เข้ากับเค้าส่วน
เอต้องไว้หนวดเท่ๆ หล่อๆ คือเป็นอีกลุคหนึ่งที่เข้ากับเค้าครับ”ตัวแม่นาคเป็นตัวที่ป๊อปที่แข็งแรงอยู่แล้ว แล้ว 4 ตัวนี้จะเข้ามายังไง

    “ไอเดียเริ่มต้นเรารู้สึกว่ามันสนุกที่ว่าถ้า 4 คนนี้เป็นเพื่อนสนิทกับ
พี่มาก แล้ว 4 คนนี้รู้ว่าเมียเพื่อนเป็นผีก็อยากจะบอกกับ เพื่อน แต่ประเด็น
มันมีให้เห็นแล้วว่ามีคนไปบอกแม่นาคแล้วโดนหักคอตาย 4 คนนี้ก็เลยบอกตรงๆ ไม่ได้ ก็จะเป็นเรื่องของวิธีการต่างๆ นานา ตลกๆ ครับ”

อารมณ์มันจะคล้าย “คนกลาง” มั้ย
“ผมว่าหนักกว่าเยอะครับ คือมันจะเพิ่มเบอร์ขึ้นไปเยอะ ความเป็นคอมเมดี้ และก็ด้วยความที่แต่งเป็นโบราณ และเรื่องมันเข้มข้นขึ้น คนกลางจะเหมือนตลกเล็กๆ อันนี้ไอเดียมากกว่าครับ เรื่องจะชัดเจนกว่าเยอะ”

ผ่านมุมมองของ “พี่มาก” ไม่ใช่ “แม่นาค”
“ใช่ครับ เรื่องนี้สุดท้ายแล้วจะเล่าเรื่องความรักผ่านมุมพี่มากมากกว่าแม่นาคครับ เราอยากทําครั้งนี้ให้ไม่เหมือนทุกครั้งที่เคยสร้างมา”

หาโลเคชั่นยังไง
“จริงๆ ก็เหมือนระบบทําหนังปกติครับ มีคนหาโลเคชั่น เพียงแต่ว่าเรื่องนี้โหด เพราะว่าสมัยนี้โลเคชั่นที่ดูเป็นอดีตหายากและมันมีค่อนข้างน้อย และเราอยากได้ภาพที่ไม่เหมือนใครครับ ก็คืออย่างที่บอก อยากให้แม่นาคเวอร์ชั่นนี้ไม่เหมือนใครก็เลยหาเยอะมากครับ อย่างบ้านนี้เราไปเจอรูปโบราณรูปนึงซึ่งตามเนื้อเรื่องบ้านนี้ต้องตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านแม่นาคเลย เราก็ต้องสร้างบ้านทั้งสองฝั่ง โจทย์เรายากขึ้นไปอีก คือเราไม่อยากได้บ้านแค่สองฝั่ง แต่เราอยากได้สถานที่ที่มีโค้งน้ำด้วยครับ หาอยู่นานมาก สุดท้ายล่องเรือมาจนเจอโค้งนี้

    เห็นว่าฝั่งนึงเป็นฝั่งตรงข้ามแต่มันเป็น
โรงเคี่ยวตาล ทําไงดีล่ะ เราอยากได้ตรงนี้มาก สุดท้ายก็ไปเจรจากับเขาแล้วก็สร้างได้ ถือว่าโชคดีมาก ที่น่าขนลุกคือมันเหมือนรูปที่ผมไปเจอมา เป็นรูปจริงๆ ในอดีต เหมือนมากจนแบบว่าต้องเอาที่นี่ให้ได้เลยครับ”
นักแสดงเป็นลูกครึ่งทั้งคู่ เพราะอะไร“อันนี้คําตอบอยู่ในหนังครับ”
เรื่องนี้ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆ ถือว่าเป็นพีเรียดเรื่องแรก ยากมั้ย

    “ยากครับ เราคุยกับทางทีมโปรดักชั่นว่าเราอยากเห็นภาพเยอะมาก เราอยากเห็นว่ามันเป็นยังไง แต่โจทย์ของผมค่อนข้างจะไม่เหมือนชาวบ้าน คือถึงแม้จะเป็นพีเรียดแต่ผมมองว่าไม่จําเป็น 
ต้องถูกตามข้อเท็จจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแบบนั้นพี่อุ๋ยทําไปแล้วครับ พอมาเป็นคอมเมดี้
มันเปิดโอกาสให้มาทางครีเอทีฟได้ คือมันดูเป็นย้อนยุค แต่ขณะเดียวกันผมอยากให้มันดูเป็นแฟชั่นด้วย

    อย่างทรงผมของพ่อมาก ดูดีๆ ก็อาจจะเหมือนทรงผมเด็กแนวแถวสยามก็ได้ คืออยากให้ดูก้ำกึ่ง พอดูในหนังจะดูเป็นแฟชั่นมากขึ้นครับ คือทุกอย่างจะดูโบราณเหมือนที่เราคุ้นตา อย่างนางนาคทุกเวอร์ชั่นตัวละครผู้ชายจะถอดเสื้อหมด แต่เราไม่อยากได้อย่างนั้น เราก็จับตัวละครมาใส่เสื้อ เราจะมีดีไซน์ว่าใครเป็นยังไง เราวางแผนเตรียมงานกันว่ามันสนุกยังไง ทํา’ไรได้บ้างครับ”

    เรื่องนี้เกิดในยุคไหน เพราะแต่ละภาคเขาจะบอกว่าเกิดในยุคนี้ ยุคนี้“ข้อเท็จจริงก็เกิดตามยุค ประมาณ ร.4-ร.5 จะเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่เราไม่ได้เป๊ะขนาดนั้น แต่ถ้าไปดูจริงๆ สิ่งที่เขาพูดออกมา สิ่งที่เขาแต่งตัวอะไรบางอย่างไม่ได้เคารพแบบนั้นชัดเจนครับ เรื่องของภาษาก็จะดิ้นได้ จะเล่นสนุกเยอะมากเลยครับ”เป็นแนวคอมเมดี้แล้วทําให้ทุกอย่างออกมาง่ายมั้ย
“แล้วแต่โจทย์คนมากกว่า ผมไม่อยากให้โจทย์ผมออกมาเป๊ะๆ แบบนั้น แต่พอหนังตัวอย่างออกไปปุ๊บผมเชื่อว่าทุกคนจะเก็ทแล้วว่าหนังจะเป็นแบบไหน”
ใช้เวลาเขียนบทนานมั้ย

    “ตอนแรกคิดว่าจะง่าย หลังจากกวนมึนโฮผมอยากทําเรื่องนี้ ใช้คำว่าใจจะขาด อยากทําเร็วๆ ครับ แต่สุดท้ายแก้ไปแก้มาใช้เวลาถึง 1 ปีครึ่ง ตอนแรกกะทําเป็นหนังตลกฮาๆ มันส์ๆ แต่พอทําไปทุกคนก็บอกว่าหยิบตํานานแม่นาคมาทั้งทีต้องใช้    ให้คุ้ม เราก็เลยไปแก้หลายสิบร่าง สุดท้ายเราก็ไปเจอมุมๆ นึง ซึ่งอันนี้    อาจจะบอกไม่ได้ครับ มุมนี้ที่เราเจอทําให้หนังเรื่องนี้ต้องชื่อพี่มากพระโขนง ซึ่งหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านไปผมรู้สึกว่ามันคุ้มครับ”
ทําไมถึงเลือก “มาริโอ้” กับ “ใหม่” มารับบทนี้

    “คือใหม่เนี่ย ไม่มีการนึกถึงนักแสดงคนอื่นเลย ตอนแรกที่เริ่มนึกเรื่องนี้ขึ้นมาผมก็เริ่มเห็นใหม่ตามหน้าแมกกาซีนแล้ว เพราะเขาถ่ายแบบเยอะมาก แล้วผมก็ชอบมาก ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ลุคพิเศษมาก คือเขาสวยมากข้อแรก ข้อสองคือเขามีความลึกลับอะไรบางอย่าง ตาเขาดูมีพลัง ก็เลยเรียกมาลองเข้าบทดู กลายเป็นว่าเซอร์ไพรส์มาก เขาเล่นดีมาก บังเอิญว่าผมเป็นคนไม่ดูทีวีเลยครับ และที่ตลกคือเราเรียกเขามาโดยที่ไม่ได้บอกด้วยว่าจะให้แสดงเป็นแม่นาค ไม่บอกเขาเลยว่าจะให้เล่นหนังเรื่องอะไร”

   การกํากับนักแสดงที่ต้องคอมเมดี้อย่าง “ใหม่” ยากมั้ย
“ตัวละครไม่ได้เป็นคอมเมดี้มากครับ คือเขาจะเป็นทั้งแบบน่ากลัว ลึกลับ ดราม่า ซึ่งใหม่ไม่ต้องห่วงเรื่องดราม่าเลยครับ เขาเล่นดีมาก คอมเมดี้จะไปอยู่ที่ 4 คน และ     มาริโอ้ เขาจะเข้าขากันอยู่แล้วครับอย่างที่บอก “พ่อมาก” จะออกแนวต๊องๆ หน่อย แล้ว “แม่นาค” เวอร์ชั่นนี้ล่ะ

    “มุมของแม่นาคที่หนังกล้าพูดออกมาเลยคือ ซีนรัก ซีนโรแมนติกของพี่มากกับ   แม่นาค ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมือนทุกเวอร์ชั่นที่ตีความมาครับ คือจะมีความ
โรแมนติกคอมเมดี้หน่อยๆ ครับ”
ไอเดียนี้เกิดจากดูหนัง “แม่นาค” มาก่อน หรือว่าจาก 4 คนนี้

   “เกิดจาก 4 คนนี้ก่อนครับ ตอนนั้นเต๋อพูดขึ้นมาว่า เอาตํานานเก่าๆ มาทําเป็นปัจจุบันกันดีมัั้ย ตอนแรกผมคิดว่า 4 คนนี้ต้องไปเจอผีในตํานาน   เจอทั้งผี กระสือ อะไรหลายอย่าง แต่พอผมคิดไปคิดมาผมว่าโฟกัสที่แม่นาคมันส์กว่าครับ ตอนแรกเขาบอกเป็นปัจจุบันเลยเป็นบ้านตรงข้ามกันเป็นหอพักแล้วอยู่บ้านตรงข้าม แล้วจะบอกเพื่อนเลยว่าเมียเพื่อนเป็นผี แต่ผมคิดแล้ว   มันไม่เจ๋งพอที่จะเป็นเรื่องราว ภาพมันไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ครับ ก็เลยรู้สึกว่ายังไงก็ต้องอดีต คือ  ได้ชื่อพี่มาก...พระโขนงตั้งแต่วันแรกเลยครับ ได้สถานการณ์หลัก เพียงแต่ยังไม่ได้มุมนั้น มุมที่จะเปลี่ยนทุกอย่างโดยสิ้นเชิง เราคิดไปคิดมาก็มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ จนเราเจอมุมนั้นครับ”

    หลังจากที่หนังเข้าฉายแล้วประสบความสําเร็จมาก รู้สึกอย่างไร ที่หนังทําสถิติใหม่ให้กับวงการหนังไทย
 “ดีใจและปลื้มใจมากครับที่ พี่มาก..พระโขนง เป็นหนังไทยที่สามารถทํารายได้สูงสุด
มากกว่าหนังฮอลลีวู้ด ทําสถิติ 19 วันทํารายได้ 404.33 ล้านบาท เป็นปรากฏการณ์พี่มากฟีเวอร์
ที่ผมดีใจมากเลยครับ หนังเรื่องนี้กระแสบอกต่อทํางานมาก ผมภูมิใจทุกครั้งที่เห็นผู้ใหญ่และ
ลูกหลานมาดูกันเป็นครอบครัว บางคนไม่เคยเข้าโรงภาพยนตร์เลย แต่มาดูหนังเรื่องนี้ บาง

    คนบอกว่าไม่เข้าโรงหนังมาตั้งแต่คนทรงเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมากครับนั่นแสดงว่าหนังไทยยังคงมีพลังที่ทําให้คนออกมาดูหนังไม่แพ้หนังฮอลลีวู้ด นอกจาก
ประสบความสําเร็จในเมืองไทยแล้ว ที่อินโดนีเซียตั๋วก็เต็มถึง 2 แถวหน้าแล้วเหมือนกัน และกําลังจะไปฉายที่สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไต้หวัน และกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดใหม่ของเราด้วยครับ”
อะไรคือสาเหตุที่ทําให้หนังพี่มากฯ ประสบความสําเร็จ

   “ผมมองว่าที่หนังเรื่องนี้ได้รับความนิยม น่าจะมาจากการที่เราหยิบเรื่องแม่นาคและพี่มาก มาพูดในมุมมองใหม่ รวมทั้งยังมีเพื่อนพี่มากอีก 4 คนที่เข้าขากันดี ผมลองแอบเข้าไปดูในโรงหนังหลายครั้ง พบว่าไม่มีหนังเรื่องไหนที่ผมเคยทํามา 6 เรื่อง จะทําให้ผู้ชมหัวเราะได้ขนาดนี้

   อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการบอกปากต่อปากของผู้ชมทั่วไป และคนดังๆ เช่นในเฟซบุ๊ค คุณกรณ์ จาติกวณิช ที่เขียนเชียร์หนัง หรือผู้กํากับฯ ดัง เป็นเอก รัตนเรือง, นนทรีย์ นิมิบุตร 
ก็ยังชื่นชอบ และหลายคนที่ไปชมซ้ำ 2-3 รอบ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Gallery ที่เกี่ยวข้อง

Comments