“ขวัญ อุษามณี” แจ้งความ สน.ลุมพินี หลังถูกชายแปลกหน้าประชิดตัวข่มขู่ หวั่นเจออิทธิพลแทรกแซง
เกิดเหตุการณ์สร้างความตกใจและน่ากังวลให้กับดาราสาวชื่อดัง “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” หลังถูกชายปริศนาคุกคามอย่างอุกอาจกลางสวนสาธารณะ ชี้หน้าอีก 3 เดือนเจอกัน ขวัญจะไม่พูดแบบนี้ จนเจ้าตัวต้องเข้าแจ้งความ สน.ลุมพินี หวั่นเรื่องความปลอดภัย ล่าสุด “ขวัญ” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุความคืบหน้าว่า
.jpeg)
.jpeg)
“ขอใช้พื้นที่นี้เป็นบันทึกต่อสาธารณะ วันที่ 2 กันยายน 2569 ขวัญได้เข้าให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ในฐานะพยาน โดยให้ข้อมูลด้วยความสมัครใจและยืนยันเฉพาะข้อเท็จจริงที่ขวัญรู้และประสบด้วยตนเอง วันที่ 13 กันยายน 2569 ขณะขวัญออกกำลังกายที่สวนเบญจกิติ มีชายแปลกหน้าเข้าประชิดและพูดข่มขู่โดยมีใจความว่า ภายในอีก 3 เดือนหรือช่วงเดือนธันวาคม คำพูดหรือคำให้การของขวัญจะเปลี่ยนไป ขวัญจึงได้เข้าแจ้งความและบันทึกเหตุการณ์ไว้ที่ สน.ลุมพินีแล้ว
.jpeg)
ขวัญยังเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้กับตำรวจว่า การสืบสวนจะไม่หยุดเพียงแค่ตัวผู้ก่อเหตุ แต่จะตรวจสอบให้ถึงที่สุดว่าเขามาเอง หรือมีผู้ชักจูง ว่าจ้าง สนับสนุน หรือสั่งการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการติดต่อ การเดินทาง การเงิน หลักฐานดิจิทัล และบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ไม่ว่าผลการตรวจสอบเบื้องต้นจะพบว่าบุคคลดังกล่าวมีภาวะทางสุขภาพหรือมีเอกสารรับรองใด ขวัญขอให้ข้อมูลนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตรวจสอบ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการค้นหาความจริง โดยเฉพาะเหตุใดจึงระบุอย่างเฉพาะเจาะจงว่า ภายในอีก 3 เดือนหรือช่วงเดือนธันวาคม คำพูดหรือคำให้การของขวัญจะเปลี่ยนไป ขวัญขอยืนยันว่า หากภายหลังมีข้อความ เสียง ภาพ คลิป หรือเอกสารใดอ้างว่าขวัญถอนหรือเปลี่ยนคำให้การ ขอให้ตรวจสอบตัวตน ความสมัครใจ และตรวจสอบว่าขวัญถูกข่มขู่ บังคับ หรือกดดันหรือไม่ ก่อนรับฟังข้อมูลนั้น นับจากวันนี้ หากขวัญ ครอบครัว คนใกล้ชิด ทีมงาน รวมถึงชื่อเสียง ข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน หรือธุรกิจ ได้รับความเสียหาย ถูกคุกคาม หรือเกิดเหตุผิดปกติไม่ว่าทางใด ขอให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเชื่อมโยงย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2569 และเหตุข่มขู่วันที่ 13 กันยายน 2569 อย่างละเอียด
.jpeg)
.jpeg)
ข้อความนี้ไม่ได้กล่าวหาหรือตัดสินบุคคลใดล่วงหน้า แต่ขอบันทึกไว้เพื่อปกป้องความจริงและความปลอดภัยของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขวัญเชื่อว่าตำรวจที่ยืนข้างความถูกต้องจะค้นหาความจริงจนถึงที่สุด และไม่ปล่อยให้ประชาชนหรือพยานต้องเผชิญความกลัวเพียงลำพัง”










