“ดัง พันกร” เผยจุดเปลี่ยนตัดสินใจดึงหน้าในวัย 47 ปี
“ดัง พันกร” เปิดใจผ่านรายการ “Woody Talk” ย้อนเล่าจุดเริ่มต้นจากคำทักทายเรื่องความโรยราตามวัย จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจบินไปศัลยกรรมยกเครื่องใหม่ ยกกระชับใบ หน้าและปรับโครงสร้างจมูกใหม่ ชี้เป็นการยกระดับตัวเองให้อ่อนเยาว์ลงนับ 10 ปี พร้อมย้ำชัดว่านี่คือรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุดเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเองในวัย 47 ปี
อ่านข่าวต่อ : “ดัง พันกร” แม่นายคัมแบ็คทำอัลบั้ม ตอบปมทัวร์ลงเพจ สั่งพักงานแอดมินแล้ว

ดัง พันกร : “คือจริงๆ แล้วคงไม่มีใครอยากจะแก่ไว เชื่อว่าทุกคนรักที่จะมีความสดใส ดังเองก็เป็นคนที่ดูแลตัวเองเยอะพอสมควร จนกระทั่งมาเจอคุณเอ๋ที่จังหวัดนครพนม”
เอ๋ ชาริศา : “เอ๋บินไปไหว้พระเพื่อจะขึ้นเขา พอลงจากเครื่องบินก็เดินไปที่สายพานเพื่อจะรับกระเป๋า เงยหน้าขึ้นมาเจอแม่นายดัง พันกร และเอ๋น่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ใจกล้ามาก เพราะเดินเข้าไปบอกแม่นายว่า พี่ดังสนใจดึงหน้าไหมคะ”

ดัง พันกร : “ตกใจครับ คิดในใจว่า เราแก่แล้วเหรอ? หรือยังไงกัน ตอนนั้นบอกน้องเอ๋ว่า แต่ดังทำมาเยอะแล้ว แล้วน้องเอ๋ก็บอกว่า “ไม่ได้ค่ะ พี่ดังต้องดึง มีอะไรก็ติดต่อมาได้เลยนะคะ” ดังเลยกลับมานั่งทำการบ้าน เริ่มดูอินสตาแกรมของน้องเอ๋ เริ่มศึกษาดูว่าเป็นยังไง กลับมาดูหน้าตัวเองว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นยังไง ก็รู้สึกว่าเขาพูดถูก เพราะจริง ๆ แล้วการทักแบบนี้เป็นสิ่งที่ดังมองว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ คือถ้าดังมีอะไรไม่ดีก็ต้องบอกกัน เรารู้สึกว่าน้องเอ๋เป็นคนที่ใจกล้า แล้วดังรู้สึกว่าด้วยอายุของดัง จริงๆ แล้วคนรุ่นเดียวกันเขาทำกันหมดแล้ว ดึงหน้ากันหมดแล้ว
.png)
ตอนนั้นยังไม่คิดจะปรึกษาอะไรเลยครับ เพราะเรารู้สึกว่าเรารักษาดูแลไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้องเอ๋มาทัก ผลบุญที่เราได้ทำไว้ พอน้องเอ๋ทัก เราก็เริ่มคิดแล้ว เพราะว่ามันต้องมีเวลาให้เขาด้วย แล้วเรามองรูปร่าง กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ดูว่าตัวเองขาดหายอะไรบ้าง ต้องการอะไรเพิ่ม ต้องการอะไรเสริมอะไรบ้าง เพื่อให้หน้าตาเราดูสดใสเหมือนเดิม เพราะดังเป็นคนที่รักความอ่อนไหวมาก”

เอ๋ ชาริศา : “เรื่องของความร่วงโรยตามวัยค่ะ เอ๋โตมากับพี่ดังเลย เพลงพี่ดังเอ๋ก็ร้องได้หมดทุกเพลง คือตกใจมากที่เห็นพี่ดัง เพราะพี่ดังก็โดดเด่นชัดเจน ด้วยความที่พี่ดาว พี่สาวของพี่ดังเคยไปทำกับเอ๋แล้ว เลยใจกล้ามาก เดินวนอยู่ 2-3 รอบกว่าจะบุกเข้าไป ใครจะเข้าไปบอกพี่ดัง พันกร ว่าพี่ดังหน้าห้อยแล้ว มันก็ไม่ใช่”
ดัง พันกร : “เขาไม่ได้ว่าหน้าห้อยแล้ว แต่ว่าเราก็มีความรู้สึก อยู่บ้านก็นั่งจับเล่นอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนั้นก็มีวิธีหัตถการอื่น ๆ มันกลับกลายเป็นว่า มันไม่ใช่ว่าอยู่ได้นาน คือสมมติเราทำเลเซอร์หรือทำหัตถการอะไรก็แล้วแต่ จากเมื่อก่อนที่อยู่ได้เป็นเดือนๆ กลับอยู่ได้ไม่ถึงเดือน”
เอ๋ ชาริศา : “จริง ๆ คือพี่ดังเป็นคนหน้าชัดอยู่แล้ว แต่รอบนี้เอ๋บอกเลยว่าเราย้อนวัยได้ประมาณ 10 กว่าปีเลยสำหรับพี่ดัง และมีทำจมูกด้วย รายการพี่ดังมี 3 อย่าง หนึ่งคือดึงหน้า ดึงคอ แบบลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อเลย และจมูกเก่าพี่ดังใช้ซิลิโคนรูปตัวแอล แล้วก็ทำมายาวนานมากหลายปีแล้ว แล้วมันก็เริ่มล้ม ก็มีการแก้จมูกใหม่ ตรงปลายจะใช้เป็นกระดูกอ่อนซี่โครงของพี่ดังเอง แล้วก็สุดท้ายก็คือมีการทำโปรแกรมดูแลผิวให้กับพี่ดังค่ะ”

ดัง พันกร : “คือการดึงหน้า รู้สึกว่ามันต้องอายุเยอะ คือเราก็ยังไม่ได้คิดไปถึงขั้นว่าต้องทำดึงหน้า ปีนี้อายุ 47 ปี ไม่คิดเลย เพราะรู้สึกว่าตัวเองเด็ก หยุดโตไปแล้วตั้งแต่อายุ 20 ปี แต่ว่าเราก็ดูแลรักษาของเราไป ซึ่งทำเยอะอยู่ คือเข้าคลินิกทุกสัปดาห์เลย อย่างนี้ดีกว่า แต่พอน้องเอ๋ทักทำให้เริ่มตระหนักถึงอายุแล้ว เริ่มตระหนักถึงความหย่อนคล้อย จุดที่เรารู้สึกว่าดูตัวเราเองแล้วเรารู้สึกว่ามั่นใจแล้วว่านี่คือสิ่งที่เราต้องการ ตัดสินใจแล้วว่ามั่นใจ 100% แล้วนะ และโทรหาเอ๋เลย โดยที่ไม่มีความลังเลอะไรเลย ทำมาเยอะแล้ว ฉันต้องทำอีกเหรอ แต่พอมานั่งฟังน้องเอ๋พูด เรามานั่งดู ค่อย ๆ จับดูว่ามันเป็นยังไง นำไปศึกษาหาความรู้ หาความรู้จนกระทั่งเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ควรต้องทำ

ไม่กังวลเลย เพราะว่าพอคุยกับคุณหมอก็เข้าใจเลยว่า เราต้อง การอะไร เราบอกความต้องการไปว่าดังไม่ต้องการแก้ม เก็บไปให้หมดเลย คุณหมอก็รับฟังและอยู่ที่ดุลพินิจของคุณหมอ อย่างจมูก ดังก็บอกความต้องการไป ดังเอารูปตัวเอง แต่ขอเป็นรูปแบบพัฒนาขึ้นหน่อย คือขอเป็น ดัง พันกร รูปแบบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ณ วันนี้ คือดังที่ดีที่สุดตั้งแต่เด็กจนโตมา นี่คือสิ่งที่ดังต้องการ ทุกอย่างบนใบ หน้า เพราะตอนเด็กๆ มันจะเด็กไป พอเราโตขึ้นมามันก็เป็นรูปแบบนี้แล้ว คือรูปแบบที่เป็นผู้ใหญ่ รูปแบบที่มีอีกมุมมองหนึ่งในชีวิต รู้สึกว่าอันนี้คือหน้าที่เป็นสากลที่สุดแล้วครับ ไม่ต้องธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าต้องกลัวไม่ธรรมชาติ ไม่ใช่อย่างนั้นแต่ขอให้สวยที่สุด ขอให้เป็นดังพันกร ที่ยกระดับขึ้น
แต่จะบอกว่าจริงๆ คุ้มมาก และดีใจมากที่ได้ทำ ไม่ต้องกังวลอะไรมาก ถ้าคิดจะดึงก็ดึงไปเถอะ มีกำลังก็ดึงไปเถอะ ดังเชื่อและรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มค่า แล้วด้วยความที่ดังเป็นคนที่ไม่คิดมาก คือเราแค่อยากเด็ก สำหรับดังคือ นอนตื่นมาเราก็เด็กแล้ว แต่ขั้นตอนกว่าจะไปถึงตรงนั้น การตัดสินใจหรืออะไรอย่างนี้ อยากให้ทุกคนคิดว่า ถ้าคิดจะทำแล้ว วันหนึ่งมันก็ต้องทำ ทำแล้วทำเลยดีกว่า
คุณแม่บอกว่าดีเลย แล้วเราอยู่ด้วยกันหมดเลย เพราะไปกันทั้งครอบครัว คุณแม่ก็ทำผิวด้วย ทุกคนอยู่ด้วยกันประมาณ 10 วัน เราเลยรู้สึกไม่ได้กังวลว่าหน้าเราจะต้องเป็นอย่างไร คือคุณหมอให้ทำอะไร เราก็ใส่เครื่องป้องกันไว้ และเดินเล่นในเมือง ไปซื้อของ คุณหมอบอกให้เดินเยอะๆ
บนความเป็นดัง พันกร มันมีความต่าง คือสดใสขึ้นอย่างชัดเจน แต่มันคือสดใสแบบ ดัง พันกร อย่างที่บอกคือ ไม่ธรรมชาติก็ได้ แต่โดยรวมแล้วมันสดใสขึ้น และนี่คือ ดัง พันกร รูปแบบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในฐานะที่ผ่านสมรภูมิการดึงหน้ามาแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่อยากดูดีขึ้น อยากย้อนวัย อยากดูสดใสขึ้น เป็นเรื่องปกติมาก และไม่ได้เจ็บไม่ได้ปวดอย่างที่ทุกคนคาดคิดไว้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ยุคนี้คือสบาย ๆ อยากดึงก็ดึง แค่พักฟื้นนิดหน่อยก็ย้อนวัยได้แล้ว อยากให้ทุกคนสบายใจได้ สำหรับใครที่สนใจอยากมาทำย้อนวัย ดึงหน้า ทำจมูก หรือทำศัลยกรรมอะไรก็ตาม ทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อความสุขของตัวคุณเอง”










