“แพท สุธาสินี” แฮปปี้ครอบครัวซัพพอร์ต คัมแบ็คละครเวทีในรอบ 7 ปี

“แพท สุธาสินี” แฮปปี้ครอบครัวซัพพอร์ต คัมแบ็คละครเวทีในรอบ 7 ปี

0

“แพท สุธาสินี” แฮปปี้ครอบครัวซัพพอร์ต คัมแบ็คละครเวทีในรอบ 7 ปี

            ห่างหายจากงานละครเวทีไปนานกว่า 7 ปี ล่าสุด “แพท สุธาสินี” ได้กลับมารับงานแสดงอีกครั้งในมิวสิคัลสุดแซ่บแห่งปี “เมืองมารยา THE MUSICAL ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า ...  

อ่านข่าวต่อ : “แพท” หวนเล่นละครเวทีในรอบ 7 ปี ใน “เมืองมารยา เดอะ มิวสิคัล”

          “กลับมาอยู่ไทยจนละครเล่นเสร็จเพราะว่าลูกชายเปิดเทอม ก็เลยจะกลับไป น่าจะประมาณตุลาคมกับโปรเจ็คท์นี้มีการคุยกันมาสักพักแล้ว แล้วใจแพทก็ไม่ได้อยากหายไป 7 ปีแบบนี้ คือเวลาอยู่ที่โน่นก็เป็นคุณแม่เต็มตัว เรื่องตารางของลูกก็เยอะมาก เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาในการแพลนล่วงหน้าเป็นปีๆ ก็พอลองดูแล้ว ในที่สุดก็มาลงตัวในปีนี้ แล้วสามีก็เป็นคนที่อยากจะให้แพทกลับมาแสดง เขาบอกว่าเขาก็คิดถึง อยากเห็นเราบนเวทีอีก ปีนี้ลงตัว ทุกอย่างก็เลยรับเลย

          สามียินดีอยากให้กลับมาตั้งนานแล้ว เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงเลย เดี๋ยวเขาจัดการเอง เขาอยากให้แพททำในสิ่งที่รัก ลูกเคยเห็นตอนนั้นเล่น บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล เขาประมาณ 6 ขวบ เขาก็ได้ดูประมาณสัก 4-5 รอบ แต่พอตอนนี้เขา 13 ก็เป็นเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว ก็จะได้เห็นอีกแบบ  เขาจะได้เห็นว่าแม่ก็ทำงาน แล้วมีแม่มีวินัยยังไงในการทำ งาน ซึ่งมันก็จะเป็นตัวอย่างให้เขาด้วย เขาก็จะเห็นการแพลนล่วงหน้า การเตรียมตัว การดูแลสุขภาพ เพราะว่าเราใช้ร่างกายเยอะ ก็เหมือนกับว่าทำให้เขาเห็น เพื่อที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เขาด้วย

         ลูกชายเขาจะไม่ใช่สายนักแสดง เขาจะเป็นนักดนตรี  เรื่องมิวสิคัลเขาเคยทำ แต่รู้สึกเขาจะไม่ค่อยชอบ ชอบเล่นดนตรีมากกว่า แพทเป็นคนที่รักการแสดงละครเวทีมาก เขาก็ซัพพอร์ตเต็มที่ เพราะเราเป็นคุณแม่ที่ซัพพอร์ตลูกเต็มที่ ชีวิตครอบครัวโดยรวมเนี่ย ก็มีความสุขดี แต่ว่าแหม มันก็จะมีอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ คือเป็นไปไม่ได้ที่จะ 100% หรือราบรื่นหมด ซึ่งมันก็ดีตรงที่ลูกก็จะได้เห็นว่าเออ แม่ก็ไม่เพอร์เฟกต์ คุณพ่อก็ไม่เพอร์เฟกต์ แล้วมนุษย์เราไม่เพอร์เฟกต์อยู่แล้ว เราก็ต้องมีการมีการปรับปรุงตัว หรือว่าปรับปรุงอะไรต่างๆ สิ่งที่เราทำดีก็ทำต่อไป แต่สิ่งที่เราทำไม่ดี เราก็พยายามทำให้มันดีขึ้น

          เรายึดหลักนี้ คือเราเลี้ยงลูกใกล้ชิด แล้วก็พูดกันทุกอย่าง อยากให้เขารู้สึกว่าเราเป็นเซฟโซนที่ปลอดภัยสำหรับลูก คือมีอะไรก็อยากให้มาหาเราก่อน แพทสอนลูกเสมอ เราไม่ได้สอนให้น้องเขาไปแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองดีที่สุด เราต้องสู้กับตัวเอง การจะไปแข่งกับใครมัน จะทำให้เขากดดันมากกว่า เพราะยังไงมันก็ต้องมีคนที่เก่งกว่า มันจะกลายเป็นความรู้สึกที่มันไม่สงบ สิ่งที่เราต้องทำคือรับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนดีกว่า สิ่งที่เราต้องเผชิญเอง ปัญหาที่เราต้องทำ หรืออะไรก็ตามที่เราต้องจัดการ อันนั้นน่ะคือการสู้กับตัวเองมากกว่า แล้วทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องทำให้มันดีที่สุด แค่นั้นก็พอ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments