ศาลแพ่งสั่งแบงก์กสิกรชดใช้ “ชาล็อต” 1 ล้าน เซ่นปมละเลยปล่อยโอนเงินยามวิกาล หลังถูกแก๊ง AI ปลอมเป็น DSI ขู่มาราธอน 16 ชม.
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ศาลแพ่งได้นัดฟังคำพิพากษาคดีระหว่าง บริษัท มิสชาล็อต จำกัด (โจทก์) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (จำเลย) ในข้อหาผิดสัญญาฝากทรัพย์ ทุนทรัพย์ฟ้องร้อง 4,000,000 บาท จากคดีที่โจทก์ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินไป 3 ครั้ง ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้ว มีคำวินิจฉัยแยกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
.jpeg)
.jpeg)
การโอนครั้งที่ 1 (2,000,000 บาท) เกิดขึ้นในเวลาทำการ (17.00 น.) ศาลมองว่าเป็นธุรกรรมปกติที่ธนาคารไม่อาจล่วงรู้ได้ การโอนครั้งที่ 2 และ 3 (รวม 2,000,000 บาท) เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลังเที่ยงคืน ศาลวินิจฉัยว่าเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติซึ่งธนาคารควรมีมาตรการตรวจสอบที่รัดกุมกว่านี้
.jpeg)
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าทางฝั่งโจทก์ก็มีความประมาทเลินเล่อด้วย จึงให้ร่วมรับผิดชอบคนละกึ่งหนึ่ง (50:50) พิพากษาให้ธนาคารกสิกรไทยชดใช้เงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี (นับจากวันที่ 8 ธ.ค. 2567) รวมถึงค่าทนายความอีก 20,000 บาท
.jpeg)
.jpeg)
ย้อนรอยเหตุของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 ที่ “ชาล็อต ออสติน” ได้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงล่อลวงอย่างเป็นกระบวนการ ใช้ AI แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ DSI โทรขู่ว่าเธอพัวพันคดีฟอกเงินและบัญชีม้า มิจฉาชีพให้วิดีโอคอลผ่านไลน์และส่งลิงก์ให้กด ซึ่งคาดว่าเป็นลิงก์ควบคุมทางไกล ส่งผลให้โทรศัพท์ของเธอถูกบล็อกสัญญาณจากเบอร์ภายนอก คนอื่นจึงโทรเข้ามาเตือนสติไม่ได้ มิจฉาชีพบังคับวิดีโอคอลมาราธอนยาวนานกว่า 16 ชั่วโมง ขู่ห้ามบอกใคร ก่อนบีบให้โอนเงินรวม 3 ครั้ง ไปยังบัญชีม้า รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,000,000 บาท










