ช็อก! “คริสติน” เล่านาทีหายใจไม่ออกโทรหากู้ภัยให้มาช่วย แต่กลับถูกล่วงละเมิดในห้องนอน
ทำเอาแฟนๆ ส่งกำลังใจให้กับนางแบบ และนักแสดงสาว “คริสติน กุลสตรี” หลังเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ว่าโดนล่วงละเมิดทางเพศ ขณะอยู่ในสภาพที่เปราะบาง
ล่าสุด ข่าวสดบันเทิง ได้ติดต่อไปยัง สาวคริสติน เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้เปิดใจให้ฟังว่า “เมื่อคืนนี้หนูมีอาการหายใจไม่ออก ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการที่ทานยาแก้แพ้ตัวไหนหรือเปล่า ระหว่างนั้นเป็นเวลาราวตี2 หนูคุยโทรศัพท์เล่นกับเพื่อนอยู่ด้วย จนประมาณตี3 เริ่มไม่ไหวจริงๆ บวกกับเป็นแพนิก เลยบอกอาการกับเพื่อนและอยากไปโรงพยาบาล
แต่บ้านเพื่อนกับบ้านหนูอยู่ห่างกันพอสมควร เพื่อนเลยพยายามติดต่อทั้งหน่วยกู้ภัย โรงพยาบาล และตำรวจให้รีบมาช่วยหนูก่อน ในขณะที่เพื่อนก็จะเดินทางมาหาหนูด้วย ปรากฏว่าคนที่มาถึงก่อนคือกู้ภัยคนหนึ่ง แต่ไม่ขอแจ้งว่าเป็นของหน่วยงานไหนเขตไหน ซึ่งกู้ภัยคนนี้ขึ้นมาหาหนูที่ห้องกับพี่โกวิทย์ซึ่งเป็นพี่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ
.jpeg)
.jpeg)
อาการของหนูตอนนั้นคือมึนๆ ล่องลอย แต่ไม่ได้ขาดสติเพราะรู้ตัวทุกอย่าง แค่รู้สึกอยากจะนอนตลอด พอมาถึงกู้ภัยคนนี้ก็เข้ามาปลุกถามว่าน้องไหวหรือเปล่า หนูก็พยักหน้าว่าไหว แล้วก็รู้สึกสบายใจที่มีกู้ภัยมาแล้ว หลังจากนั้นพี่โกวิทย์ก็บอกว่าเดี๋ยวช่วยกันอุ้มคุณคริสตินลงไปข้างล่างดีกว่าเผื่อรถพยาบาลมาแล้วจะได้ขึ้นรถไปเลย หนูได้ยินทั้งหมดแต่ไม่สามารถคุยกับใครได้เพราะฤทธิ์ยา
.jpeg)
ตอนนั้นพี่เขาอุ้มหนูจะออกจากห้องแล้ว แต่กู้ภัยบอกว่าไม่เอาพี่ให้น้องรอในห้องดีแล้ว หนูก็เลยถูกพากลับมานอนนิ่งๆ เหมือนเดิมในห้อง สักพักพี่โกวิทย์บอกว่าตำรวจมาแล้ว แต่ว่าที่คอนโดฯ มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสแกนหน้า ไม่สามารถบุ่มบ่ามขึ้นมาได้ พี่โกวิทย์เลยต้องลงไปรับตำรวจข้างล่าง แล้วให้กู้ภัยอยู่กับหนูข้างบน
.jpeg)
เหตุการณ์ช่วงสั้นๆ ไม่ถึง 5 นาที หนูไม่คิดเลยว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นกู้ภัยที่มาช่วยชีวิตคนจะทำอะไรแบบนี้ ตอนนั้นหนูกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่บนเตียง อยู่ดีๆ เขาก็ถกเสื้อหนูขึ้นมา ยืนยันได้ว่าหนูไม่ได้แต่งตัวโป๊หรือเปลือยแน่นอน หนูใส่เสื้อยืดกางเกงขายาวที่เป็นชุดนอน แต่ความที่กำลังจะนอนก็แต่งตัวสบายๆ เลยโนบรา ตอนนั้นหนูช็อกมากๆ และถามตัวเองว่าถ้าตื่นขึ้นมาสู้ตอนนี้ไหวใช่มั้ย คำตอบคือไม่ไหวแน่ๆ เลยทำเป็นแกล้งหลับ แต่พยายามตั้งสติและหรี่ตาดูตลอด
.jpeg)
หลังจากที่เขาถกเสื้อหนูออกก็มีการแตะเนื้อต้องตัวหนูในส่วนนั้นหลายๆ ครั้ง แล้วที่ช็อกซ้ำอีกเพราะเขาถอดกางเกงหนูด้วย หนูได้แต่สวดมนต์ขอให้พี่โกวิทย์กับตำรวจขึ้นมาสักที จนกระทั่งพี่โกวิทย์ขึ้นมา เพราะว่าสิ่งที่คุณโกวิทย์ไม่เคยพลาดก็คือเขาเปิดประตูห้องทิ้งไว้ ซึ่งตอนที่เขาเปิดเสื้อหนูออก เขามาจับค่อนข้างแรง หนูอยากร้องไห้เลย หนูพยายามไม่ลืมตาให้ชัด สิ่งที่เขาทำต่อไปคือเขาจะปิดประตู หลังจากที่เขาถอดกางเกงหนู แต่สิ่งที่หนูเจอไม่ได้โชคดี แต่ก็ยังโชคดีมากพอก็คือคุณโกวิทย์ขึ้นมาพอดี พอเสียงลิฟต์ดังก็มีเสียงตำรวจดังขึ้นถามว่าอยู่ไหน เขาจับหนูแต่งตัวเร็วมาก แล้วเขาบอกว่าน้องไม่มีสติเลย แล้วเขาก็เอาผ้ามาห่อตัวหนู หนูจำได้ทุกอย่าง เพราะว่าหนูยังมีสติอยู่ เราเพิ่งทานยา เราเป็นผู้หญิงเราอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าคุณโกวิทย์ไปรับตำรวจไกลหรือใกล้แค่ไหน สู้ตอนนี้เสี่ยงกว่าไหม ถ้าอยู่ดีๆ เขาบีบคอหนูขึ้นมา แล้วบอกว่าน้องหมดสติไปแล้วเลย ในความโชคร้ายก็ถือว่ายังมีความโชคดีที่เขาทำได้แค่สัมผัสร่างกายหนูทั้งด้านบนและด้านล่าง

หลังจากที่ไปโรงพยาบาลได้เช็กรู้ว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่คุณหมอก็เตือนว่า เธอน้ำหนักแค่ 46 กก. เธอจะไปกินยาที่มันแรงเกินมิลิกรัมไม่ได้ จากนั้นหนูก็ถามคุณหมอว่า เมื่อคุณหมอพบคนไข้ที่ไม่มีสติ คุณหมอจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมามีสติมั้ยค่ะ เพราะเหมือนหนูอยากจะหลอกตัวเองว่าสิ่งที่เราเจอมันคือวิธีการเช็ก หมอก็ถามว่าคืออะไร หนูเลยบอกหมอว่าหนูโดนคนกู้ภัยเปิดเสื้อขึ้น ถอดกางเกง และจับร่างกายหนูทั้งด้านบนและด้านล่าง อันนี้เป็นวิธีเช็กให้หนูตื่นหรือเปล่า หมอบอกว่าไม่ใช่ อันนี้คือผิดมากๆ ตั้งแต่เมื่อวานหนูออกจากโรงพยาบาลประมาณตี 4-5 กลับมาถึงบ้านก็ร้องไห้หนักมาก มันเกิดอะไรขึ้น ทำยังไงดี หนูไปแจ้งความ หนูคิดว่าเขาคงไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเรียบร้อยแล้ว หนูบอกทางตำรวจว่าหนูจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หนูไม่ถอย ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นแล้วฉันต้องหลบ หรือว่าฉันต้องอาย แล้วสิ่งที่หนูกลัวมาก คือหนูเห็นเขาถ่ายภาพหนูตอนที่หนูเปลือย ตอนนั้นหนูสวดมนต์เลยว่าไม่ให้มีเหตุการณ์อะไรที่มากกว่านี้ ถ้าเกิดอะไรมากกว่านี้หนูอาจจะไปบวชแล้วก็ได้





