“เจมส์จิ” ตั้งเป้าเพื่อครอบครัว ชีวิตเปลี่ยนหลังมีลูก วางแผนละเอียดจนเพื่อนทึ่ง!
พบกับบทบาทคุณพ่อมือใหม่สุดอบอุ่นของ "เจมส์ จิรายุ" ในรายการ My Daddy James ที่จะพาคุณไปค้นหาคำตอบไปพร้อมกัน รายการของคุณพ่อสายเนิร์ดที่สงสัยทุกเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ไม่ได้มาสอนให้เลี้ยงลูกแต่มาถามในสิ่งที่พ่อแม่สงสัย ผ่านมุมมองของพ่อมือใหม่ที่กำลังเรียนรู้ไปพร้อมลูก
อ่านข่าวต่อ: ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ! “เจมส์ จิรายุ” เล่าความมหัศจรรย์ของประสบการณ์มีลูกคนแรกที่เจอ
.jpg)
เผยเบื้องหลังการเลี้ยงลูกแบบไม่มีพี่เลี้ยง ต้องแบ่งหน้าที่และให้กำลังใจกันทุกวัน พร้อมชวนคุยกับผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง เพื่อที่จะหาคำตอบไปพร้อมกัน โดยประเดิม EP แรก ชวนพี่ชายสุดที่รัก “เป๊ก เปรมณัช” พ่อลูกหนึ่งประสบการณ์แน่น และ “เกรท วรินทร” มาล้อมวงคุยเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนต้องเจอ แล้วมาเรียนรู้การเป็น Best Version ของความเป็นพ่อไปพร้อมกัน
มองเจมส์จิเป็นคนยังไง ?
เป๊ก เปรมณัช : แล้วที่สำคัญในมุมที่อยากจะทำอะไร ก็จะตั้งใจโฟกัสจริง ๆ หรืออะไรที่รู้สึกว่าในเรื่องของตัวเลขในเรื่องบัญชี สมมติว่าคุยกันเรื่องของคนดีที่ไหน จะปรึกษาใคร คุยกับเจมส์ เจมส์สามารถทำ Excel นู้นนั่นนี่ได้เลย
เกรท วรินทร : เจมส์เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เรียกว่ามีความเนิร์ด หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเขาเป็นคนใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแบบนี้ สมมติว่าเวลาเราคุยกันประมาณนี้ แล้วสักพักเจมส์ก็จะแบบว่า พี่เกรท ผมว่าแบบนี้ แล้วมันจะเอา iPad ขึ้นมาตั้งแล้วมันก็จะมีปากกาที่จิ้ม iPad มาแบบเลื่อน ๆ ให้ดูว่าต้องเป็นแบบนี้ คือเจมส์เรียกว่ามีความใส่ใจรายละเอียดดีเทลในส่วนตรงนี้ แล้วเป็นคนลักษณะนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว
.jpg)
ที่มาของชื่อ "น้องพบรัก" ?
เจมส์จิ : ชื่อนี้เป็นชื่อที่แม่เขา (โฟม) เป็นคนตั้งครับ บ้านนี้ชอบชื่อไทย ๆ อย่างหมาที่บ้านชื่อ คิดถึง, หวานใจ และแสนดี ชอบชื่อแบบไทย ๆ ที่มันมีความหมายน่ารัก ๆ แล้วตอนนั้นเขาก็มีชื่อในใจที่แบบคุยกันมาตั้งแต่คบกันแรก ๆ จริง ๆ มีทั้งชื่อผู้ชายและผู้หญิง พอมาจบเลยก็ได้ตกลงชื่อนี้ โดยที่ชื่อจริงและชื่อเล่นเป็นชื่อเดียวกันคือ "พบรัก" แต่ในอนาคตไม่ว่าเพื่อนจะเรียก ”พบ” หรือ ”รัก” หรือว่าอะไรก็แล้วแต่เขา แต่ว่าเราตั้งแค่ว่าชื่อจริงและชื่อเล่นเป็นชื่อเดียวกัน
ความรู้สึกเมื่อรู้ว่า เจมส์ จะได้เป็นพ่อคน ?
เกรท วรินทร : คือวันนั้นไปดูละครเวทีด้วยกัน แล้วโฟมก็ตั้งกล้อง แล้วก็บอกว่าจะมีลูกแล้ว ตอนนั้นใจผมไม่ได้ตกใจมากแต่ผมช็อก มีความอึ้ง ๆ นิดหนึ่งในใจว่า เฮ้ย! น้องเราจะมีลูกแล้วจริง ๆ เหรอ เป็นพ่อคนแล้วจริง ๆ เหรอ ในใจรู้สึกว่าเขาได้ก้าวข้ามความแบบสิ่งเดิม ๆ ที่เคยอยู่ แล้ววันหนึ่งเหมือนเป็นหนังสือเล่มใหม่ที่เป็นพ่อคน แล้ววันนั้นก็เลยแบบดีใจด้วย
.jpg)
เป๊ก เปรมณัช : เพราะชีวิตเจมส์มันดราม่ากว่าที่คิด ความจริงของพระเอกที่เราทุกคนเข้าใจ ว่ามีชีวิตแบบนี้เหรอ ชีวิตดารามันจะลำบากขนาดไหน การใช้ชีวิตของเขา หรือการจะมีความรักสักครั้งหนึ่งโคตรลำบากเลย แต่เขาก็เลือกผู้หญิงคนนี้มาเป็นภรรยาในอนาคตให้ได้ แล้วพอได้มาแต่งงาน แฮปปี้ในโมเมนต์นั้นแล้ว ซึ่งแค่ดีเทลในการจัดงานแต่งงานก็ต้องพิเศษมาก ต้องไม่เหมือนใคร รู้สึกว่าจะต้องคัดคนแค่นี้ เพื่อไปในสเปซของเขาสองคนที่แบบแค่นี้เท่านั้น ก็ต้องไปจัดที่สวนผึ้ง แล้วโมเมนต์นั้นก็ดีมาก รู้สึกว่านั่นคือการให้ความสำคัญของแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ให้กับผู้หญิงคนหนึ่งในเรื่องของการแต่งงาน นั่นแหละคือชีวิตคู่ แต่ว่ามาสเต็ปต่อไปที่การจะมีลูกอีก

เรื่องการวางแผนมีลูก ?
เจมส์จิ : จริง ๆ หมายถึงว่าคือการมีลูกเรามีการแพลนกันไว้ ตอนแรกแพลนไว้ไม่ใช่คลอดตอนนี้ที่ทุกคนเห็น แต่คิดว่าน่าจะเป็นคลอดช่วงยปี 2026 หรือ 2027 อีกทีหนึ่ง ก็คือกะว่าจะไปเที่ยวไปใช้ชีวิต แต่อยู่ดี ๆ ก็มาก่อน ตอนแรกก็คิดว่าจะตั้งตัวกันไม่ทัน แล้วก็มีความกังวลประมาณหนึ่ง ว่าเตรียมตัวทันไหม ทำทุกอย่างทันไหม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน เรื่องของครอบครัว เรื่องชีวิตคู่ของเรา เพราะว่าตอนแรกที่คุยกัน ตอนตั้งใจที่จะมีลูก เราควรจะไปเที่ยวกันก่อนไหม เพราะว่าตอนนั้นโฟมเขาบอกว่า ถ้าเรามีลูกการเที่ยวของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในวันที่มีลูกรู้สึกยังไง ?
เป๊ก เปรมณัช : ในมุมเราคือก็ต้องเริ่มจากคู่ก่อนนะ ไม่รู้ในมุมของพี่นะคือเราใช้ชีวิตคู่กับเขามา 10 กว่าปี นิว มันแบบผ่านพ้นกันมาหลากหลายรูปแบบหลายประสบการณ์มาก แต่พอมาถึงโมเมนต์นั้น มันเหมือนแบบจุดศูนย์กลางของโลกเปลี่ยน แต่ตอนนี้เหมือนมันมีแรงโน้มถ่วงใหม่ของโลกมาปะทะ แรงปะทะนั้นก็ทำให้น้ำตาไหล โมเมนต์วันนั้นวุ่นวายมาก เหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ที่จะทำให้เราอยากใช้ชีวิตเพื่อเขา เราจะเปลี่ยนอยากเป็นตัวอย่างตัวที่ดีมากขึ้น เพราะสุดท้ายเราคือต้นแบบของเขาในอนาคต แต่วันนี้คือสายโลหิตของเราที่เชื่อมต่อ นี่โยงไปถึงวงศ์ตระกูลของเรา มันตื้นตัน แล้วสุดท้ายก็ร้องไห้ออกมา
.jpg)
เจมส์จิ : คือของผมกลับไปโฟกัสที่แม่ก่อน คือโฟมเขาเป็นคนที่กลัวเข็มอยู่แล้ว เราก็รู้ว่าเขากลัวการผ่าตัด กลัวเข็ม ก็เลยพยายามเอาใจเราไปอยู่ที่เขาก่อน ทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่าโอเค แต่เอาจริง ๆ ก็ตื่นเต้น แต่แม่เขาบอกว่าพ่อมือเย็นมาก ลูกเราก็กังวลอยู่ว่าจะปลอดภัยไหมและครบ 32 ไหม พอเราอยู่ในห้องนั้นสักพักหนึ่ง แล้วตอนที่เราปรึกษากับคุณหมอ ทุกอย่างตอนอัลตราซาวด์ดูดีหมดก็รู้สึกว่าโอเค โอกาสที่จะปลอดภัยสูง แต่พอจังหวะที่ผมได้ยินเสียงลูกครั้งแรกตอนนั้นก็ตื่นเต้นนะมันคือ lifetime project มันคือสิ่งที่เราไม่สามารถทิ้งไว้ได้แล้ว ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปตลอดกาลแล้ว เราละทิ้งหน้าที่การเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ได้ แต่ความมหัศจรรย์คือ ผมรู้สึกว่าค่อย ๆ รักขึ้นเรื่อย ๆ คือผมไม่ได้แบบพุ่งขึ้นมาทันทีแต่มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วมารู้ตัวอีกทีก็เกือบเดือนแล้ว ตอนแรกเราก็รู้สึกว่าเป็นคนค่อนข้างชิล แต่ว่าพอมองหน้าเขาไปเรื่อย ๆ มันเริ่มมีความเป็นห่วง ต้องการเทคแคร์ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษมากก็คือว่า เรามองหน้าเขา แล้วเพลินได้ทั้งวัน มันมีโมเมนต์แบบนั้นจริง ๆ

เป๊ก เปรมณัช : ก็เหมือนที่พี่บอก สิ่งมีชีวิตที่เอาเท้ามาแตะหน้าเรา แล้วเรารู้สึกดี ถ้าเป็นคนอื่นเอาเท้ามาแตะหน้าเรา มันคงไม่รู้สึกดีแบบนี้ แต่พอเป็นลูกเรา มันรู้สึกละมุน มันไม่มีอะไรแบบนี้แล้ว นอกจากลูกของเรา แตะแล้วก็อยากดม อยากจะคลอเคลีย มันเป็นความรู้สึกที่เต็มอิ่มมาก มองหน้าเขา ป้อนข้าวเขา แค่อุ้มเขา หัวเขาเกือบจะตกเตียง ก็แบบ “อย่าตื่นนะ อย่าตื่นนะ”แล้วก็ยกเขาขึ้นมา ถ้าจะลงไปข้างล่างไปคุยกับแม่ ก็ต้องคอยดูว่าเขาดิ้นไหม ดิ้นไปทางซ้ายหรือเปล่า จะตกเตียงไหม คอยไปเช็ก
มองว่า เจมส์จิ จะเป็นคุณพ่อแบบไหน ?
เป๊ก เปรมณัช : โคตรดี เนิร์ด รับผิดชอบ โฟกัส ฉะนั้นทุกอย่างพวกนี้ เขาจะศึกษาหาข้อมูลทุกอย่างในการเลี้ยงลูก จะไม่ทำให้ภรรยาของเขาจะต้องเคว้งคว้างเดียวดาย จะคอยประคบประหงม และเป็นกำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ แล้วเขาจะอดทน เจมส์เป็นคนที่นิ่ง สงบ มองการไกล ฉะนั้นเขาจะอดทน ไม่ว่าสถานการณ์อะไรก็แล้วแต่ เพราะสิ่งที่อาจจะปรี๊ดขึ้นมาอาจจะไม่ใช่เขา อาจจะเป็นภรรยาที่หงุดหงิด Mama Blues อะไรอย่างนี้ แล้วจริงๆเป็นแบบนั้นไหม ?
เจมส์จิ : ผมจะเม้าส์นิดหนึ่ง ตั้งแต่โฟมเขามีลูกมา เขาเป็นสายซอฟต์มากเลยนะ เปลี่ยนเลย ซึ่งเมื่อก่อนเขาจะเป็นแนว คือมีประสบการณ์ตั้งแต่วันแรกที่เข้าบ้านมีปัญหาเยอะแยะมากมายซึ่งเมื่อก่อนเขาจะ พ่อทำไมมันเป็นแบบนี้! แต่พอมีลูกเขาก็จะแบบ อ๋อเหรอ แค่นี้เลย
แบ่งหน้าที่ระหว่างพ่อกับแม่ยังไง ?
เจมส์จิ : แต่บ้านผมไม่มีพี่เลี้ยง เลี้ยงกันเองสองคน ส่วนใหญ่คุณแม่เขาจะดูช่วงกลางคืน
แต่ผมก็จะลุกมาเปลี่ยนแพมเพิร์สบ้าง แต่แม่ยังบอกเลยว่าถ้าเสียงลูกร้อง ผมแทบไม่ลุก กลางคืนผมนี่แบบว่า ลูกร้องไม่ลุกเลยนะ แต่ทุกคืนมันจะมีเสียงนี้ “พ่อลูกเริ่มร้องแล้วนะ” แล้วแม่ก็เข้าไปอุ้ม แล้วแม่ก็จะบอกว่า “พ่อเปลี่ยนแพมเพิร์สหน่อย อึแล้ว” ผมก็แบบโอเค ๆ มาเปลี่ยนแพมเพิร์สเสร็จเรียบร้อย แล้วผมก็ไปนอนต่อ แม่ก็ให้นมต่อ
ตั้งแต่เลี้ยงลูกมาอะไรยากที่สุด ?
เจมส์จิ : จริง ๆ ไม่ได้ยากมาก แต่ก่อนหน้านี้คนรอบตัวบอกตลอดว่า ลองหาพี่เลี้ยงไว้ก่อน เพราะลูกจะตื่นทุก 3 ชั่วโมง จะไม่ได้นอน จะเหนื่อยมาก แล้วก็ถามว่าเลี้ยงกันไหวไหม ตอนนั้นก็นั่งคุยกัน สุดท้ายแม่เขาตั้งใจว่าอยากเลี้ยงลูกเอง แต่เรื่องความยากผมว่ามันขึ้นอยู่กับการปรับตัวของแต่ละคน ถ้าปรับตัวได้ไว มันก็อาจไม่ใช่เรื่องยาก










