ต้นสังกัดปล่อยโฮ “สมาร์ท” เปิดโปง แพลตฟอร์มฝั่งจีนบิดเบือน! บีบเซ็นใบเตือนขณะป่วย - ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยันค่ายบอกเลิกสัญญาก่อน
“สมาร์ท ชิษณุพงศ์ พวงมณี” นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง พร้อม ภิรญา โยธินภรากร และ ภรัณ โยธาเดชาโชติ ผู้บริหารค่ายแกรนด์ ไอวอรี่ เรคคอร์ด (GIR) ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ ชั้น 2 MINIZIZE DANCE STUDIO เดอะสตรีท รัชดา ชี้แจงกรณีถูกยุติสัญญาจากแพลตฟอร์มผู้จัดซีรีส์ฝั่งจีน เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เผยถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรม ไร้ความเห็นใจขณะที่กำลังเจ็บป่วย ยืนยันป่วยภาพตัด แต่กลับถูกบีบให้เซ็นใบเตือน บีบให้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด พร้อมเปิดโปง ถูกกีดกัน - บิดเบือนที่มา

ย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้น?
สมาร์ท : ปัญหาสะสมครับ เรื่องความรู้สึกเรื่องของปัญหาที่เกิดแล้วเราอยากได้รับการแก้ไข ซึ่งมันไม่ได้รับการแก้ไขตรงนั้น มันสะสมมาเรื่อยๆ ครับ
ทำงานกับแพลตฟอร์มนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเรา ถึงทำให้เขาส่งจดหมายยุติ?
สมาร์ท : ตัวผมเวลาทำงาน ผมเป็นคนที่ให้ใจ ทำงานร่วมด้วยเต็มที่ ทุ่มสุดตัว พอเกิดเคสนี้ขึ้นมา เหมือนตอนนั้นผมท้องเสีย แล้วอีกวันนึงผมต้องไปทำงานกับทางเขา แต่ผมบังเอิญอาหารเป็นพิษ มันฟีลกึ่งหลับกึ่งตื่น ผมรู้สึกตัวเองปวดท้องมาก ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นพิษจากอาหารนะครับ ผมสลึมสลือเข้าห้องน้ำ 3-4 รอบ แล้วผมรู้สึกว่าผมไม่มีแรงเลย ภาพผมก็ตัดไปตอนไหนไม่รู้ ผมมารู้ตัวอีกทีก็คือวันงาน ซึ่งมันเลยเวลาเตรียมตัวของผมแล้วที่ต้องออกไปทำงาน ผมก็โทรหาพี่หนึ่ง ผจก.ของผม พอทางนั้นทราบเรื่องเขาก็แก้ปัญหาหน้างานของเขา แต่หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือมีเอกสารตามหลังมาว่าให้ผมช่วยเซ็นให้หน่อย ผมไม่สามารถพูดรายละเอียดได้ เหมือนให้เรารับผิดชอบ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในครั้งต่อไป ซึ่งบอกตามตรง ผมเองไม่ได้อยากป่วย มันทรมานมากๆ ไม่มีใครอยากป่วยแน่นอน นี่เป็นอีกเคสนึงที่ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้รับรู้ความรู้สึกเป็นห่วงของเขา

เรามีปัญหาในการทำงานของเรากับเขา?
สมาร์ท : ใช่ครับ
เราไม่ได้ไปร่วมงาน เขาให้เหตุผลยังไงตอนเขาออกหนังสือมา?
สมาร์ท : ผมรู้เรื่องอีกที คือมีหนังสือแจ้งเข้ามาแล้วว่าเราต้องเซ็น
ลักษณะเป็นใบเตือน?
สมาร์ท : ใช่ครับ มาเป็นเอกสาร
การทำงานไม่ยุติธรรมกับเรา?
สมาร์ท : มันมีหลายเคสมากๆ จริงๆ ผมก็ไม่กล้าพูดมาก เพราะมันเกี่ยวกับรูปคดีด้วย ที่ยกตัวอย่างได้ก็มีเคสนี้ แล้วก็เคสที่ผมทำงานแล้วผมป่วยในกอง ผมมีอาการตั้งแต่ช่วงเช้า ผมก็พยายามทนให้จบครบวัน จะได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่มาถึงซีนถ่ายตอนกลางคืน ร่างกายผมไม่เอาแล้ว มันปฏิเสธแล้ว ไม่ไหวแล้ว ผมหนาวตัวสั่น ทั้งที่อยู่ประเทศไทย ตอนนั้นทำงานไม่ได้แล้ว เสียงใช้ไม่ได้แล้ว มันแหบ มันแตกไปหมด ผมไปนอนในรถตู้ก่อนตอนแรก ไปนอนพัก มันไม่ไหว ก็ไปรพ. เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาทีหลังเหมือนกัน ว่าทำไมปล่อยให้ผมไปเข้ารพ. นี่ก็เป็นอีกเคสนึงเหมือนกัน

รู้สึกเขาไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยเรา?
สมาร์ท : ด้วยเนเจอร์ของผม ผมเป็นคนไม่ได้เรื่องมาก ผมไม่ได้ต้องการเทคแคร์ ถามไถ่ตลอดเวลาขนาดนั้น แค่แต่ความรู้สึกของคน ผมกำลังทนมาตั้งแต่เช้า ทำงานตั้งแต่เช้าเพื่อให้งานเสร็จ ไม่มีปัญหา แต่ร่างกายผมไม่ไหวจริงๆ ผมพยายามเต็มที่แล้ว พอผมไปรพ. ออกจากรพ. มันเป็นฟีลใครอนุญาตให้ไป ผมก็รู้สึกว่าโอ้โห
ระหว่างทางได้เคลียร์กันก่อนมั้ย อธิบายให้เขาฟังมั้ย?
สมาร์ท : ทุกปัญหา ทุกเคส ทางเราคุยกับเขาตลอดว่าจะหาตรงกลางยังไงดี มันเยอะมากๆ ครับ บางปัญหาผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นปัญหา มันก็มีเหมือนกัน ผมก็อยากคีฟตรงนั้นเหมือนกัน อยากให้มันอยู่ตรงกลาง ผมพูดปัญหาตั้งแต่ก่อนถ่ายทำ ถ่ายทำ หลังโปรโมต
มีปัญหาต่อเนื่องตลอด มีการเคลียร์ตลอด แต่หาจุดตรงกลางไม่ได้ เพราะอะไร?
สมาร์ท : ถ้าให้พูดตรงๆ ความต้องการแต่ละคน ซึ่งมันไม่ลงรอยกันสักที
ภรัณ : เรื่องมุมมองการทำงาน ผมมองว่าน้องเป็นน้องเรา ถ้าออกไปทำงาน ถ้าเกิดเหตุการณ์เจ็บไข้ได้ป่วย มันต้องอนุโลมให้ได้ แต่นี่น้องป่วย วันถัดมามีเอกสารมาให้เซ็นว่าถ้าคุณป่วยอีกไม่สามารถทำงานได้ คุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายวันนั้นทั้งหมด ซึ่งน้องเป็นคนนะครับ น้องไม่ใช่เครื่องปั๊มเงิน น้องป่วยได้ ทำไมถึงมองน้องเป็นเครื่องจักรขนาดนั้น ถ้าคนมีจิตสำนึกคงไม่ร่างเอกสารฉบับนั้นมาให้เซ็นอยู่แล้ว ทางเราก็ปฏิเสธเต็มที่ว่าเราไม่เซ็น แล้วมีคำขู่มาว่า ถ้าไม่เซ็น งานหน้าขอแคนเซิลนะ เราก็ต้องการโปรเทคน้อง เราเลยบอกว่าเราไม่เซ็น ถ้าจะให้เราทำงานแบบนี้ เรารู้สึกว่ามันเกินไป เราขอโปรเทคน้องดีกว่า

มองมุมตรงข้าม มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทำไมถึงมีปัญหากับน้องอยู่ตลอด?
ภรัณ : ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขามองน้องยังไง ถ้าเขามองว่าน้องป่วย แล้วไม่สามารถทำให้งานเขาเดินได้ แต่ว่าขนาดน้องป่วย เป็นไข้ตั้งแต่ช่วงเช้า แต่อยู่ถ่ายทั้งวันจนถึงคิวสุดท้าย ทั้งวันนะพี่
มีใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าน้องป่วยจริงไม่ได้ป่วยทิพย์?
ภรัณ : มีครับ เขาเห็นใบรับรองแพทย์ก่อน แล้วเอกสารนี้ที่ให้เซ็นก็ตามมา
เป็นแพลตฟอร์มหรือผู้จัด เอกสารออกมาจากฝั่งไหน?
ภรัณ : ผมไม่บอกว่ามาจากใครแล้วกัน แต่ถ้าจะให้เอกสารฉบับนั้นมีผล มันต้องออกมาทางแพลตฟอร์ม เพราะว่าเราไซน์คอนแทคกับแพลตฟอร์ม
ตอนจับคู่กัน ในข้อสัญญามีข้อตกลงอะไรบ้าง ต้องเล่นซีรีส์อย่างเดียว หรือต้องทำอะไรบ้าง?
ภรัณ : อันนี้เปิดเผยข้อมูลในสัญญาไม่ได้
เซ็นกับผู้จัดจีนกับแพลตฟอร์ม เซ็นแบบไหน แค่แสดงหรืออยู่ในสังกัดเขา?
ภรัณ : แค่แสดงครับ เพราะน้องอยู่ในสังกัดเรา น้องไม่มีการออกจากสังกัดเรา จะออกไปอยู่กับคนอื่นไม่ได้สิ

ในเอกสารเขาจ้างเราแสดงเฉยๆ หรือเขาดูแลในฐานะนักแสดงในสังกัด?
ภิรญา : จริงๆ ในสัญญาเราแบ่งฝั่งกันว่าเรื่องฝั่งนักแสดงทั้งหมดเขาเป็นคนดูแล ฝั่งเพลงจะเป็นฝั่งเราทั้งหมด จะแบ่งการดูแลกันแบบนี้ แต่ในส่วนซีรีส์ เขาบอกเขาโค เมเนทเมนต์ แต่การดูแลน้องทุกอย่าง อยู่ที่ฝั่งเราทั้งหมดเลย พูดง่ายๆ คือเขาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเขาเอง
ทำไมไม่ทำหนังสือแจ้งกลับไปว่าเขาละเลย?
ภิรญา : เราทำแจ้งค่ะนั่นคือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญากับเรา ง่ายๆ คือเขาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาของเขา เรามีการบอกเลิกถูกต้องและครบถ้วน ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว
กรอบสัญญาที่เขาต้องดูแลน้อง เขาต้องดูแลยังไง เขามีสิทธิ์อะไรบ้าง?
ภิรญา : เขามีสิทธิ์ในการดูแลทั้งหมด พาร์ตการแสดง เขาดูแลทั้งหมด
ขอบเขตอื่นๆ ของน้อง อย่างไม่สบาย ใครพาไปหาหมอ?
ภรัณ : ไม่สบายในกอง ก็ยังเป็นเราพาไปส่งรพ.
ภิรญา : ทางเขารู้ว่าน้องไม่สบาย วันนั้นน้องออกกอง และมีผู้จัดการฝั่งเขา เป็นคนดูแลเวลาออกกอง ซึ่งตัวญาเอง โดนกีดกันมาตั้งแต่แรก (ร้องไห้) เราไม่สามารถพูดกับน้องได้เลย ตั้งแต่ตอนเวิร์กช็อป เราดูแลน้องไม่ได้เลย

ตั้งแต่เขาเริ่มก้าวไปเล่นซีรีส์เรื่องนี้ ทางบริษัทเราไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองเพราะเขากีดกัน?
ภิรญา : ใช่ค่ะ เขากีดกันตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าน้องได้เล่นเรื่องนี้ เขาไม่ให้เราดูแลน้องเลย แต่มันคือหน้าที่ของเรา ที่เราต้องทำ
ตอนเวิร์กช็อปทำไมไม่แจ้งเขาไปว่าสิทธิในการดูแลน้องมีอะไรบ้าง?
ภิรญา : เราแจ้งทุกอย่างแล้วค่ะ ตัวเขาเองก็รับรู้ว่าเราต้องทำอะไรให้น้องบ้าง
ในสัญญาไม่ได้ระบุไว้เหรอว่าเราดูแลตัวน้องได้มากน้อยแค่ไหน?
ภิรญา : เหมือนในสัญญาอาจพูดมากไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้ว มันคือการที่ค่ายเซ็นกับค่าย คือค่ายเราเซ็นกับเขา ในการโค เมเนทเมนต์น้องตรงนี้ และมีอะไรเขาควรคุยกับเรา
.jpg)
ทำไมไม่แย้งตั้งแต่ต้น?
ภิรญา : เราแย้งมาโดยตลอด เรามีหนังสือส่งไป แต่ก็ไม่มีการแก้ไขอะไรกลับมา ทั้งส่งหนังสือ ทั้งพูดคุย คุยกับเมเนเจอร์ฝั่งโน้นบ้าง บอกตรงๆ ว่าเรามีหน้าที่ของเรานะ คุณต้องเข้าใจเราด้วย เราดูแลน้องมาตั้งแต่ปี 63 และเราเพิ่งร่วมงานกันกับโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์แรก พูดตรงๆ ว่าเราก็ยังเป็นห่วงน้องเราอยู่ แต่เขาก็กีดกันตั้งแต่วันแรก บอกว่าเวิร์กช็อปอันนี้เข้าไม่ได้นะ เดี๋ยวทางเขาดูแลเอง เราก็คิดว่าอันนั้นคือสิทธิเราเหมือนกัน เราแย้งมาตลอด แต่เราไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย หรือแม้กระทั่งการไปทำงานต่างประเทศ ตอนแรกมีฟีดแบ็กกลับมาว่าโอเคทางเราไม่สามารถติดตามน้องไปได้นะ จะมีแค่ฝั่งเขา จนเหมือนเรายอมไม่ได้จริงๆ เราก็เลยบอกเขาไปว่าเราขอไปได้มั้ย เราไปคนเดียวก็ได้ แต่เราขอให้คนของเราไปดูแลน้องเราได้มั้ย จนเขายอม
ในสัญญามีเงื่อนไขการทำงานไว้มั้ย?
ภิรญา : อันนั้นน่าจะบอกไม่ได้
ทำไมถึงยอมให้มาถึงเขาออกจดหมายุติออกมา ทั้งที่เกิดเหตุการณ์เวิร์กช็อป ทำไมไม่ยกเลิกกลางคันไปเลย?
ภิรญา : ณ ตอนนั้นพูดตรงๆ ว่าน้องยังทำงานกับเขาอยู่ ถ้าสมมติเรายกเลิกกลางคัน สุดท้ายแล้วคนที่จะโดนเอฟเฟกต์หนักที่สุดคือน้องเราเอง เรามีการพูดคุยประนีประนอมมาตลอด เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ จนสุดท้ายแล้วเราไม่ได้รับการแก้ไข
สิ่งที่ออกมาตอนแรก เหมือนน้องสังกัดแพลตฟอร์ม ไม่ได้สังกัดเรา รู้สึกยังไง?
สมาร์ท : ผมเห็นโพสต์ ผมก็ช็อกเหมือนกัน เหมือนผมเริ่มต้นมากับทางฝั่งโน้นเลย จริงๆ พี่ญาบอกไว้แล้ว ผมออดิชั่นเข้าค่ายปี 63 ในโพสต์เหมือนไม่ใช่ผม ถ้าพูดตามตรงผมไม่โอเคจริงๆ เหมือนบิดเบือนที่มา ความเป็นตัวตนของผม เพราะผมเทรนกับค่ายมาโดยตลอด ทั้งก่อนโปรเจกต์นี้ด้วย ที่ผมไปมีผลงานมาก่อนหน้านี้ด้วย แต่ในตัวโพสต์เหมือนกับบอกว่าเขาปั้นผมมา กรูมมิ่งผมมาตั้งแต่เริ่ม จริงๆ ผมก็อยากให้ทุกคนเข้าใจจริงๆ ว่าผมเริ่มมาจากตรงไหน ตัวตนผมเป็นยังไง ผมอยากให้ทุกคนได้ทราบความจริงด้วย ผมเห็นแล้วรู้สึกไม่โอเคจริงๆ
ได้โต้แย้งมั้ยในหลายๆ อย่างที่เกิดปัญหา อย่างไปต่างประเทศ อยากให้ทีมเราไปด้วย มีพูดคุยมั้ย?
สมาร์ท : ผมมีคุยกับทางฝั่งของผม จริงๆ ผมอยากทำงานด้วยความราบรื่น ไม่ได้อยากมีปัญหาอะไรเลย แต่ถ้าเกิดปัญหามา ผมก็ต้องแจ้งเหมือนกัน ให้ทางผู้ใหญ่คุยกันว่าจะได้รับการแก้ไขมั้ย ผมรู้สึกว่าผมเป็นแค่เด็ก ผมเองก็ไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น ไม่อยากให้คนมองว่าผมเรื่องเยอะ ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนเรื่องเยอะเลย ผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ผมเลือกปรึกษาทางฝั่งผม เพราะฝั่งผมสามารถเป็นกระบอกเสียงในการแก้ไขปัญหาให้ผมได้
ระหว่างทางไปทำงาน ไม่เกิดอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหรอ หรือไม่อยากทำ เพราะบรรยากาศในการทำงานไม่ตอบโจทย์ ต้องไปเจอทีมเดิม?
สมาร์ท : ถ้ามีปัญหาก็จะมีความรู้สึกนั้น แต่สำหรับผม ผมต้องก้าวต่อไปข้างหน้า ผมก็เต็มที่กับงานของผม โฟกัสกับงานเป็นหลัก แม้มีความรู้สึกอยากออกจากตรงนี้จังเลย เหนื่อยจังเลย แต่ผมก็ยังมีงาน ไหนจะมีแฟนๆ ที่เขารอเจอเราหน้างาน ผมก็เลยโฟกัสตรงนั้นดีกว่า ดีกว่าคิดให้ลบกับตัวเอง จนเราทำอะไรไม่ได้
ได้สื่อสารกับเขาตรงๆ มั้ย?
สมาร์ท : ถ้าตรงๆ ไม่ได้มีการพูดจากผมกับเขาตรงๆ ผมคุยกับทางทีมของผม แล้วให้ทีมของผมไปคุย
ภิรญา : จริงๆ มันเริ่มจากการที่เราส่งจดหมายให้เขาก่อน ส่งจดหมายขอยุติสัญญาก่อน และจดหมายฉบับนั้นมีผลแล้ว เราทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน สัญญาได้ยุติลงแล้วก่อนเขาประกาศ ซึ่งเขาประกาศทีหลังว่าโอเค แคนเซิล จริงๆ สัญญาควรจบแล้ว
อะไรเป็นเหตุผล ว่าสัญญานี้สมบูรณ์แบบ?
ภิรญา : มันเป็นข้อที่ระบุในสัญญาหลัก ซึ่งเราทำตามสัญญาหลักครบถ้วนทุกขั้นตอนเลย
เขาจ้างสมาร์ทเล่น ต้องออกแฟนมีตฯ ต่างประเทศ 7 ที่ ในไทย 3 ที่ถ้าไม่ครบตามสัญญา สมาร์ทต้องจ่ายค่าเสียหาย ตรงนั้นมีมั้ย?
ภรัณ : ในเอกสารที่เราส่งไป มีข้อที่เราระบุว่าเขาละเมิดข้อสัญญาข้อไหนบ้าง ขอไม่ระบุแล้วกันนะว่าข้อไหน ก็เอาข้อละเมิดสัญญานั้นมาเป็นการยกเลิก
เขาเซ็นรับทราบมั้ย?
ภรัณ : มันเป็นขั้นตอนในสัญญา ถ้าจะยกเลิกต้องใช้วิธีแบบไหน เราทำตามนั้นเรียบร้อย
ปฏิกิริยา เขาเป็นยังไง?
ภิรญา : เราส่งจดหมาย ยังไม่ได้เจอเขา เขาก็ประกาศโดยที่ไม่ได้คุยกัน ก็โอเค ไม่คุยก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ที่เขาประกาศลงแพลตฟอร์มจีน ทางเรายังไม่ได้รับเอกสารทางไหนเลย เราเลยไม่รู้ว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว และถ้าสมมติวันใดวันหนึ่งเราก็พร้อมสู้ในแบบของเรา
เขาเขียนประมาณไหน เพราะมันเป็นภาษาจีน?
ภิรญา : เราก็อ่านภาษาจีนไม่ออกเหมือนกัน แต่เท่าที่แปลมา เหมือนน้องกับเรา เป็นคนละเมิดสัญญา ณ วันนี้เขาฟ้องร้องที่ศาลประเทศจีนแล้ว







