“นาย ณภัทร” ทุ่มสุดตัวพิชิตฮาล์ฟมาราธอนที่ฝรั่งเศส ฮึดสู้ฉีดยาลุยงานต่อ
เพิ่งกลับมาจากไปวิ่งมาราธอนที่ประเทศฝรั่งเศสมา พระเอกหนุ่ม “นาย ณภัทร” ซึ่งเจ้าตัวเผยว่ามีความสุขมาก เพราะเป็นเหมือนสถานที่ที่นักกีฬาทั่วโลกอยากจะไป
อ่านข่าวต่อ: เหมือนจะมีลุ้น? “ใบเฟิร์น” เคลื่อนไหวครั้งแรกแบบนี้ หลัง “นาย นภัทร” บอกชอบ


“ต้องบอกก่อนปารีสเป็นจุดหมายปลายทางของนักกีฬาทั่วโลก เพราะว่าเขามีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องกีฬามายาวนานมาก แล้วก็เป็นหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักวิ่งทั่วโลกที่อยากจะไป ผมก็ได้มีโอกาสไปวิ่งสนุกมาก พลังงานคนคือดีมาก อย่างเวลาเราอยู่ในรายการวิ่ง จุดที่มันจะพีกที่สุดคือตอนก่อนที่จะปล่อย เพราะทุกคนเตรียมตัวกันมาเป็นเดือน บินกันมาทั่วโลก มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วนาทีนี้ที่เราสะสมมา พลังงานตรงนั้นแหละที่ผมชอบเสพมากที่สุดเลย ก็สนุกสนานมาก ดีมากก็ต้องมีการซ้อม แล้วก็แบ่งเวลากับการแสดงด้วย


ต้องบอกว่าช่วงที่ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ผมกับพี่ผู้จัดการผ่านมาได้คือเก่งมากแล้ว ทุกอย่างมันรัด แล้วเรามีการแสดงการทำงานด้วย ก็ต้องพยายามบาลานซ์กันไป มีเข้าโรงพยาบาลโดนเข็มปักก้นไปด้วย แต่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ที่ปักเพราะว่าถ่ายซีนที่มันต้องอยู่กลางแดดหลายวันมาก แต่มันสวยมาก และมันคุ้มค่ามาก ก็เลยไม่สบาย ปักเพื่อจะไปทำงานต่อ แต่ก็ป่วยธรรมดา ผมอยากให้มันดีที่สุด เพราะมันคือฉากสำคัญที่สุดในเรื่อง ยุทธหัตถี ซึ่งได้ถ่ายจบไปแล้ว

ผมไปพม่ามา ที่ผมกับพี่โบผู้จัดการบินไปพม่าอย่างแรกไปขออนุญาต แล้วก็ไปดูสถานที่จริง ไปดูความยิ่งใหญ่ของเขา และสิ่งที่ได้มาเพิ่มเติมมากคือได้อยู่กับผู้คนพม่า ซึ่งได้พูดคุยได้อยู่ใช้เวลากันหลายวันเลย แล้วก็มีความสุขมาก แล้วเราไปขอถึงสถานที่ที่ชาวพม่าคิดว่าท่านมังจิชวาน่าจะอยู่ ไปขออนุญาตท่าน ผมรู้สึกว่าผมได้รับเกียรติที่มันเป็นโอกาสหนึ่งในล้านมาก เพราะฉะนั้นผมอยากถ่ายทอดในนามของท่านออกมาให้ได้ดีที่สุด และฝั่งของชาวพม่าให้ได้ดีที่สุด
คือเอาจริงๆ ผมรู้สึกว่าหงสาวดี อยากให้ทุกคนได้ลองไปสักครั้งหนึ่ง ไปเที่ยว ไปดูความยิ่งใหญ่ของครั้งหนึ่งที่เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นเมืองที่มหาอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมชอบมาก ก็ไปขอเรื่องงานอย่างเดียว ขอให้การถ่ายทำเรื่องนี้ราบรื่น เพราะว่ามันไม่ง่ายเลย ฉากรบแต่ละอันมันคือความปลอดภัยของนักแสดงทุกท่าน ของทีมงานทุกคนด้วย ผมขอให้ทุกอย่างราบรื่น แค่นั้นก็คือมีความสุขที่สุดแล้ว
การเป็นนักแสดงอิสระมันเหมือน survival mode และมันสนุกมาก แล้วก็รู้สึกว่าได้วางแผนชีวิตว่าอยากทำอะไร อยากแบ่งเบาช่วงไหน อยากเร่งคันเร่งช่วงไหน อยากทำอะไรช่วงไหนก็จะบอกผู้จัดการว่าเรารับตรงนี้ได้ อาชีพผมก็เหมือนเหมือนพี่ๆ ทุกคนเลย มีเหนื่อย มีเครียด มีสนุก สะใจ วันนี้รู้สึกว่าทำได้ไม่ดีเลย เป็นเรื่องปกติ เหมือนคนปกติ แต่ว่ามันอยู่ในคนละรูปแบบแค่นั้น แต่เรื่องของผมมันคือใช้สุขภาพร่างกาย แล้วก็ใช้อารมณ์เยอะ เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมสม่ำเสมอ ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมก็ให้เรื่องสุขภาพกายใจของผมมาอันดับหนึ่ง
การกินคือการให้รางวัลชีวิต ผมเป็นเด็กอ้วนง่าย แล้วก็ชอบกินมาก อยู่ในกองปกติก็จะได้กินไก่ต้ม ซึ่งน่ารักมาก เพราะแม่ที่กองก็ทำให้ดีมาก กลัวเรื่องซิกแพ็กจะหายเหมือนกัน แต่กินเสร็จค่อยมาเสียดาย การวิ่งก็คือเป็นการชดใช้กรรมตลอดอยู่แล้ว อันนี้เลยเป็นวิธีดีท็อกซ์เลย คือผมแค่รู้สึกว่าหลายคนก็จะมีเวย์ของตัวเองในหลายรูปแบบ ของผมที่เร็วที่สุดคือการกิน กินแล้วอะดรีนาลีนผมมีความสุข
ปีนี้ 30 ถามว่ารู้สึกยังไง ผมจินตนาการไม่ออก แต่ผมรู้สึกว่า 30 จะเป็นวัยที่ผมใช้ชีวิตมันที่สุด เพราะผมลงมาราธอนเบอร์ลิน ชิคาโก ลงมาราธอนโน่นนี่ แล้วเวลาเราได้เข้าเส้นชัยมันแบบ yes แต่เอาจริงๆ ใช้ชีวิตบนพรุ่งนี้ให้รอดก่อน มันต้องคิดอย่างนี้วันต่อวัน ความสุขในวัย 30 ของผมคือวิ่ง กิน ทำงาน”










