“เต้ย จรินทร์พร” ร่ำไห้! เผยสาเหตุถอยห่างจากคนที่รัก มีกำแพงในใจขังตัวเองมา 10 ปี
ออกมาเปิดใจสำหรับนางเอกสาว “เต้ย จรินทร์พร” ถึงความเป็น Perfectionist ที่ทำให้การตัดสินใจเป็นเรื่องยาก และความสูญเสียที่เกิดขึ้นกะทันหันในเวลาเดียวกัน ความกลัวการสูญเสียที่ทำให้ไม่กล้ากอดพ่อแม่เหมือนเดิม ทำให้เกิดกำแพงขึ้นมาภายในใจ ก่อนจะเรียนรู้การกลับมาโอบกอดคนที่รักอีกครั้ง ในรายการ How Are You Feeling?
.jpeg)
.jpeg)
สำหรับตอนนี้มีความสุขดี แล้วก็ชีวิตช่วงนี้น่าจะมีความสุข แต่ว่าพยายามมีสติไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ที่มันเร็วขึ้นมาก ๆ แค่รู้สึกว่าช่วงนี้เหมือนโลกเราเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ๆ ก็มีความสุขดี ยังบาลานซ์ได้อยู่ได้ แต่ว่าต้องมีสติมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ๆ เพราะว่าโลกมันเปลี่ยนเร็ว นอกจากช่วงนี้มีความสุขดีก็อาจจะมีความลังเลหรือว่าสับสนเกิดขึ้นในความคิดบ่อย ๆ เพราะว่าคำว่า Big Change แต่มันไม่ได้ต้องเปลี่ยนแบบ ‘สวัสดีจ้าจะลาวงการ’ ‘สวัสดีจ้าจะไปแต่งงาน’ ไม่ใช่ค่ะ คือเต้ยแค่รู้สึกว่าคำว่า Big Change ของเต้ยมันเกิดขึ้นจากข้างใน วิธีความคิดบางอย่างมุมมองบางอย่างที่มันเกิดขึ้นกับการใช้ชีวิตมันเปลี่ยน ความเชื่อเดิม ๆ ที่เราเคยเข้าใจมามันกว้างขึ้น มันถูกบางอย่างปลดล็อคแล้วมันเห็นอะไรมากขึ้น อาจจะเป็นแง่ของการทำงาน อาจจะตั้งแต่อายุ10 ถกว่า ๆ ก็เริ่มทำงานแล้ว พอมาถึงตอนนี้มันเหมือนกับการทำงานที่เต้ยเคยทำมา แล้วเหมือนเต้ยก็ได้บรรลุเป้าหมายบางอย่างในชีวิตเต้ยที่ตั้งใจไว้เพื่อให้ครอบครัว อันนี้มันเหมือนกับว่าอาจจะโชคดีที่มันก็สำเร็จได้ในจังหวะหนึ่งแล้ว ทีนี้พอมันจบแล้ว แล้วอะไรต่อนะ

.jpeg)
จริง ๆ บางครั้งมันเหมือนอินเนอร์เรามันบอกอะไรมา แต่เราชอบไปเถียงอินเนอร์ว่าไม่หรอก สมมติอย่างเช่น เรามีสัญชาตญาณในการตัดสินใจ ในเรื่องความรักก็ได้ ว่าอยากลองคบกับคนนี้แต่ว่าข้างในเราก็จะพูดมาว่า ไม่หรอก ลองอันนี้ดูไหม เดี๋ยวคนนี้จะว่ายังไง เดี๋ยวอันนี้ยากไปหรือเปล่าอะไรอย่างนี้บางทีมันก็ปวดหัวเหมือนกันนะ คือของเต้ยอาจจะมีแบบคำว่าทำไมมีความรักหลายครั้ง ซึ่งถ้าเกิดว่ามันใช่ตั้งแต่แรกก็โชคดีไง แต่เผอิญว่ามันก็ต้องใช้เวลา ตอนนี้ถามว่าใช้อะไรนำทางในการที่จะตัดสินใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเต้ยคงตอบว่าครอบครัว อะไรก็ได้ให้มั่นคงกับการดูแลครอบครัว การหาเงิน การทำงาน แต่ ณ วันนี้ใช้ความรู้สึกที่ข้างในเราบอกจริง ๆ ค่ะ แต่ว่าความยากของเต้ยก็คือเต้ยมี Inner voice ที่ชัดเจน แต่เต้ยมีความคิดที่ทำให้ Inner voice เต้ยมันเบาลง

ส่วนเรื่องสูญเสียคือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เต้ยข้ามมันไปนานมาก ๆ แล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่อง 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นน้องชายเต้ยไม่สบายเป็นมะเร็ง แต่ว่าตอนนี้คือหายเรียบร้อยทุกอย่าง แล้วก็ ณ ช่วงเวลาเดียวกันน่าจะประมาณอาทิตย์เดียว มีเรื่องน้องชายแล้วก็คุณย่าเสีย หมาที่เต้ยเลี้ยงมา 5 ปีก็เสีย แล้วก็มีพี่คนขับรถก็เสีย มันเกิดขึ้นภายใน 1 อาทิตย์ แต่ว่าตอนนั้นเต้ยได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ๆ เลย คือเป็นช่วงที่ อลิน อลัน เกิด เหมือนช่วงนั้นเห็นการเกิดแก่เจ็บตายแบบเข้มข้นมาก ๆ ในช่วงอายุ 25 ทีนี้วันนั้นหนูรู้สึกว่าไม่มีอะไรสำคัญในชีวิตนี้ จริง ๆ แล้วที่มันสำคัญมาก ๆ มันคือชีวิตของคนที่เรารัก วันนั้นหนูก็เลยเหมือนปัดทุกอย่าง แล้วโฟกัสกับครอบครัวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาก ๆ ซึ่ง ณ วันนั้นก็พยายามโฟกัส ก็เป็นนักเรียน เรียนรู้กับมันไปเรื่อย ๆ ทีนี้ ณ อายุ 25 เต้ยยังไม่ได้รู้จักคำว่า mental health หรือว่าการดูแลจิตใจตัวเอง สิ่งที่เรารับมือกับมันก็คือว่าก็รู้ว่ามันเกิดแก่เจ็บตาย มันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แล้วก็ปล่อยชีวิตให้รันไปเรื่อย ๆ จนอยู่ดี ๆ ไม่นานมานี้ก็จะมีเรื่องของความเจ็บป่วยของคนในครอบครัวบ้าง เกิดขึ้นเรื่อย ๆ จากเพื่อนบ้าง จากครอบครัวของเพื่อน ๆ บ้าง แต่กลายเป็นว่าอยู่ดี ๆ มันเอฟเฟกต์กับเรา กลายเป็นมีความเย็นชาขึ้นมากับพ่อกับแม่กับน้อง เหมือนจะไม่กล้ากอดเขา จะไปแล้วนะ (ร้องไห้) ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนง่ายมากที่จะกอดเขา เพราะว่ากลัว กลัวว่าเขาจะไม่อยู่ให้เรากอดอีกต่อไป อยู่ดี ๆ ก็จะกลัวใครจะเป็นอะไรไป ก็เลยคิดว่าวันนั้นน่าจะยังไม่ได้ฮีลตัวเองดี มันก็เลยมาโชว์ในวันนี้ 10 ปีผ่านไป










