“โอ๊ต ปราโมทย์” ย้ำชัด! ทำธุรกิจกับเพื่อน ห้ามใครถือเงิน
ขยันทำงานสุดๆ CEO พ่วงตำแหน่งนักร้อง “โอ๊ต ปราโมทย์” ที่ตอนนี้เปิดบริษัทจัดทำคอนเสิร์ต อีเว้นท์ต่างๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อนซี้ “ป๊อบ ปองกูล” หลายคนแตกหักกับเพื่อนเพราะทำธุรกิจด้วย มีโอกาสเจอหนุ่ม “โอ๊ต” เลยขอทริคการทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนซะหน่อย
อ่านข่าวต่อ : โอ๊ต ปราโมทย์" อัปเดตอาการเจ็บแขนหมอขอคิวผ่าตัดแล้ว ไม่ต้องมีแฟน มีหมา 2 ตัวก็พอแล้ว ไม่อยากมีภาระทางอารมณ์แล้ว


“ทำงานทุกวันเหมือนร้อนเงินคือถ้าพี่น้องทุกคนอยู่ในระบบทุนนิยมเหมือนผม เราต้องทำงาน ต้องสู้ใจมันสู้ก็จะได้เงินทองมาในการจับจ่ายใช้สอย แล้วก็เลี้ยงน้องๆ พนักงานด้วย แล้วก็เพิ่งเปิดบริษัทใหม่ด้วย กับพี่ป๊อบ ปองกูล เป็นบริษัทรับทำคอนเสิร์ตจัดอีเว้นท์ ถ้าเรียนแจ้งตรงนี้เลยก็ช่วงประมาณกันยาปีนี้ โอ๊ต-ป๊อบ จะมีคอน เสิร์ตคู่ ทำเอง จัดเอง วาไรตี้คอน เสิร์ต ถ้าใครได้เคยติดตามคอนเสิร์ตโอ๊ต-ป๊อบอยู่แล้ว รอบนี้สนุกเหมือนเดิม จริงๆ แล้วตอนที่ทำบริษัทด้วยกันงานแรกเราเริ่มทำไปคือ กีฬาหลีสู

ทำธุรกิจด้วยกันจริงๆ เพิ่งจดทะเบียนเสร็จเมื่อธันวาปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็เริ่มเซ็ตอัพเพื่อที่จะนำทุกอย่างเข้าไปสู่คอนเสิร์ตใหญ่ โอ๊ต-ป๊อบ ปลายปีนี้ หลายคนไม่กล้าทำธุรกิจกับเพื่อนไม่กลัวเลย ไม่เคยมีปัญหากับพาร์ตเนอร์เลย ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร บาร์ก็ไม่มีปัญหา ธุรกิจโคตรคูลที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งพี่ๆ เวิร์คพอยท์ที่เข้ามาร่วมลงทุนก็ไม่เคยมีปัญหาเลย เพราะเราทำงานโดยความบริสุทธ์ใจและทุกอย่างพยายามดีแคร์ให้มันโปร่งใส ผมว่าส่วนใหญ่คนที่จะทะเลาะกันคือเรื่องเงิน อันนี้สำคัญมากฉะนั้นเราเอง อย่างโคตรคูลเปิดมา 8 ปีแล้ว มันก็การันตีได้แล้วว่าเราไม่เคยจ่ายช้าจ่ายเลทหรือเอาเปรียบคนอื่น ทุกคนก็เลยให้ความเชื่อมั่นในการมาเป็นพาร์ตเนอร์เราในการทำธุรกิจร่วมกัน

สิ่งสำคัญที่สุดอย่าให้เพื่อนทำบัญชี อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งถือเงิน คนถือเงินควรเป็นบริษัทบัญชีที่สามารถตรวจสอบได้ อย่าไว้ใจใครเรื่องเงินเรื่องทองบางทีมันไม่เข้าใครออกใคร เราอย่าให้ใครจับเงินดีกว่า ปลอดภัยสุดก็ให้บัญชีดูแลไป เพราะว่าบัญชีผมก็จะใช้บัญชีเป็นอาท์ซอร์ส ก็ค่อนข้างจะเป็นบุคคลที่สามหน่อย จะได้ตรวจสอบได้และเป็นกลาง คือเวลามันมียอดที่น่าสงสัยดูแล้วเอ๊ะ จะได้ช่วยกันตรวจสอบ คือจะได้ตรวจสอบได้ เวลาเพื่อนดูเงินเราจะไปตรวจสอบเพื่อนหรือไปตรวจสอบเงินในบัญชีของเพื่อนผมว่ามันจะมองหน้ากันไม่ติด มันก็จะลำบากใจ ผมไม่รู้นะว่าเพื่อนไว้ใจผมหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่เคยโกงเพื่อนไง แล้วก็ไม่เคยโกงคนอื่นเพราะทุกอย่างยอดทุกอย่างผมดีแคร์หมด ไม่ว่าจะเปิดบริษัทเกมกับอาร์ต ยอดทุกเดือนก็จะให้บัญชีสรุปมาแล้วดีแคร์ในแต่ละเดือนว่ามันตรงไหม

คือเรื่องนี้มันไม่ทำให้เพื่อนทะเลาะกันหรอก เพราะสุดท้ายแล้วเรากินข้าวเรายังกินกันคนละรสชาติเลย รสนิยมไม่เหมือนกันไม่เป็นไร แต่ที่สำคัญที่สุดคือคนที่สามารถทุบโต๊ะแล้วชี้ไปข้างหน้าได้ว่า เราจะพาบริษัทไปไหนไดเร็คชั่นนี้ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของกันและกัน ในเมื่อเราเป็นพาร์ตเนอร์กันแล้ว”











