ขอยุติสัญญาเอง! “เบ็คกี้ รีเบคก้า” เปิดใจต้นสังกัดค้างเงินค่าตัวกว่า 20 ล้าน
ออกมาเปิดใจครั้งแรก สำหรับนักแสดงสาว “เบคกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง” พร้อมทนายความหลังตัดสินใจยุติสัญญากับต้นสังกัด IDOL FACTORY โดยเจ้าตัวเผยใจถึงสาเหตุว่า
อ่านข่าวต่อ: ปังต่อไม่รอใครแล้ว “BAZAAR THAILAND” ประกาศ “เบ็คกี้ รีเบคก้า” นั่งแท่นมิวส์คนแรกของนิตยสาร
.jpg)
.jpg)
จริงๆ เรียกว่าไม่ง่ายเลยกับการที่เรามาเปิดบริษัทด้วยตัวเองที่อายุแค่นี้ แต่ว่าโชคดีที่การซัพพอร์ตจากคนรอบตัวน่ารักมาก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือทีมตอนนี้น่ารักทุกคน ก็มีเป้าหมายที่จะไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากทำอะไรหลายอย่างมาก ก็อยากพยายามเติบโตในทุกๆ วัน ตอนนี้ก็มีประสบการณ์เยอะขึ้น แต่ทุกวันมันมีความท้าทาย ตอนแรกก็กังวล มันเหมือนว่าทุกอย่างตกมาที่เราแล้ว แต่เราก็รับสิ่งนั้น เราเปิดบริษัท เราอยากทำเต็มที่ เรายินดีมากๆ ที่จะเรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อผิดพลาด บอกแฟนๆ และบอกทุกคนเสมอว่าถ้าอะไรเกิดขึ้นขอโทษด้วยนะ และจะสู้ต่อไป

ส่วนเรื่องขอยุติสัญญากับทาง IDOLFACTORY จริงๆ มันคือการที่เกิดบางเรื่องนิดหนึ่งก็เลยทำให้หนูเกิดความเสียใจ เรียกว่าจริงๆ เราซาบซึ้งนะตั้งแต่แรกที่อยู่ด้วยกัน เติบโตมาด้วยกัน แต่หนูมอบหมายให้ทนายหมดแล้ว ซึ่งเดี๋ยวให้ทนายเป็นคนตอบ ตอนที่ออกมาสัญญายังไม่หมดเป็นการขอที่จะออกมาก่อน ขอยุติสัญญา จริงๆ เป็นคนพยายามที่จะเข้าใจทุกๆ ฝ่ายจริงๆ พยายามที่จะทำออกมาให้มันดี แต่พอมันไม่ได้จริงๆ ก็โอเค มันอาจจะต้องแยกย้ายกันไปทางใครทางมันมากกว่า เรื่องไม่ได้รับค่าตัว มีส่วนในการตัดสินใจเดี๋ยวเรื่องราวฝากกับทนาย ยอมรับค่าตัวของเราที่ไม่ได้รับ มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจยุติสัญญา

ด้านทนายเผยต่อว่ารายละเอียด คือในปี 2025 น้องเขาไม่ได้ค่าตัวเลย ทั้งปีไม่ได้เลย มันมีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร แต่มันก็ได้แต่คำมั่นจากฝ่าย IDF ว่าจะแก้ปัญหาให้ แต่ว่าต้องดูเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเขา ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ มันมีการพูดคุยมาก่อนหน้าแล้ว ใช้เวลาหลายเดือน ก็มีการประชุมกันมากกว่า 1 ครั้ง ภายใน 30 วันที่ค่ายได้รับเงินจากตัวแบรนด์หรือสตูดิโอ แต่ไม่ได้เลย เดือนตุลาคมมีให้มาบางส่วน
แต่ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน้อยมาก ยอมทั้งหมดก็ 8 หลัก 20 ล้าน ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนที่ว่าเขาจะพูดคุย ผมอยากให้เอาเรื่องทุกอย่างมาอยู่บนโต๊ะแล้วคุยกันมากกว่า เพราะว่าไปถึงเรื่องของกฎหมาย มันอาจจะไม่ได้สมประโยชน์กันทั้งคู่ ตอนนี้ต้องรอดู อย่างวันนี้ก็ถึงกำหนดชำระอีกงวดหนึ่ง ต้องรอดูว่าเขาจะทำตามคำพูดหรือไม่ มันเป็นคำมั่น ตัวยอดเงินก็รับกันหมดแล้วว่าเป็นยอดเท่าไหร่ ตอนนี้เราก็เรียกดูเอกสาร สัญญาเดิมๆ ว่ามันเป็นอย่างไร ยอดมันตรงกันไหม
.jpg)
.jpg)
มีการทวงถามตลอด มาตรฐานเราทำงานเราก็ควรได้รับเงินแหละ แต่จริงๆ เราทำงานด้วยใจ ด้วยแพสชันจริงๆ ถ้ามันไม่ได้เลยก็จะรู้สึกว่า โอเค ไอเลิฟมายจ็อบ ไอเลิฟเวิร์กกิง แต่สุดท้ายแล้ว เราทำงานแล้วเราก็ควรได้รับเงิน ไม่ว่าจะเป็นเราหรือว่าใครก็ตาม แค่เป็นมาตรฐานที่ตั้งไว้ให้ตัวเองค่ะ ก็เลยรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้
พอทวงถามเขาบอกว่าโอเคเดี๋ยวจ่ายๆ แต่ก็ยังคงไม่ได้รับ มันมีงวดหนึ่งตอนตุลา ที่ให้มานิดหนึ่ง แต่ว่าก็ยังคงเหลืออีกเยอะ ยอมรับตกใจเห็นยอด เพราะเราเป็นคนที่เชื่อใจมากๆ ว่าทำงานก็ต้องได้รับสิ่งที่เราทำงานแหละ แต่ว่าก็คงโอเค ไม่เป็นไร อาจจะมีอะไรบางอย่าง หนูไม่รู้ แต่พอมันเดี๋ยวก่อนๆ เรื่อยๆ มันเริ่มแบบ อ้าว ไม่ใช่แล้วหรือเปล่า










